นักแปล / ว. ณ เมืองลุง

ว. ณ เมืองลุง
ชิน บำรุงพงศ์


คนเราจะเที่ยวเสเพลเพียงไร เล่นการพนันงมงายเพียงไหนก็ยังมิเป็นไร แต่อย่าคบสหายผิดเป็นอันขาด
(ฤทธิ์มีดสั้น, โกวเล้ง เขียน ว.ณ เมืองลุง แปล)

เกิดเมื่อ วันที่ 11 กันบายน พ.ศ. 2472
จากไป วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2547


รวบรวมและเรียบเรียง: jadedragon

คงไม่มีใครที่อ่านนิยายจีนกำลังภายในแล้ว ไม่รู้จักนามปากกานี้ เพราะนามปากกานี้ยืนยงคงคู่มา กับ น. นพรัตน์ และ จำลอง พิศนาคะ ในวงการนิยายจีนกำลังภายในมาจวบจนปัจจุบัน

ว. ณ เมืองลุงเป็นนามปากกาของ ชิน บำรุงพงศ์ เกิดเมื่อ วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2472 ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เริ่มเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนจีน จังหวัดพิษณุโลก มีโอกาสได้เรียนทั้งภาษาไทย และ ภาษาจีน ภายหลังประมาณ พ.ศ. 2494 สอบได้ประกาศนียบัตรครู (ป.) เมื่อกระทรวงศึกษาธิการเปิดสอบวิชาครู

เคยเข้าไปทำงานที่ร้านค้าแถวห้าแยกพลับพลาไชย กรุงเทพ ฯ แต่ทำอยู่ได้ไม่นานเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น จึงได้เดินทางกลับภูมิลำเนา จังหวัดพิษณุโลก เมื่อสอบได้ประกาศนียบัตรครู (ป.) ได้ไปสอนหนังสือที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา 1 ปี แล้วย้ายไปสอนที่โรงเรียนอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี อีก 1 ปี จากนั้นไปสอนที่โรงเรียนศึกษาวัฒนา สามย่าน กรุงเทพ ฯ จนประมาณ พ.ศ. 2504 ลาออกมาทำงานเสมียนโรงไม้ที่จังหวัด พัทลุง และ เริ่มแปลนวนิยายจีนกำลังภายใน เมื่อ พ.ศ. 2506 จนยึดเป็นอาชีพเรื่อยมา

เนื่องจากชิน บำรุงพงศ์เป็นนักอ่านหนังสือตัวยง เป็นผู้มีความรู้ภาษาจีน ดี ชอบอ่านเรื่องจีน ทั้งฉบับภาษาไทย และฉบับภาษาจีนอยู่เป็นประจำ (เช่น สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง ฉบับยาขอบ และฉบับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช) เมื่อไปเป็นเสมียนโรงไม้ที่พัทลุง ไม่มีหนังสือจีนให้เลือกอ่านเหมือนที่อยู่ในกรุงเทพ ฯ แต่ได้เห็นหนังสือเรื่อง มังกรหยก ฉบับภาษาไทยที่ จำลอง พิศนาคะ เป็นผู้แปล และมีผู้อ่านสนใจติดตามกันมาก จึงเกิดความคิดที่จะแปลเรื่องจีน ออกมาเป็นภาษาไทยบ้าง

เมื่อได้มีโอกาสเข้ากรุงเทพ ฯ จึงไปพบกับ คุณเวช กระตุฤกษ์ เจ้าของ สำนักพิมพ์เพลินจิตต์ เพื่อยื่นข้อเสนอให้พิจารณา ตอนนั้น คุณชลิต พรหมดำรง บรรณาธิการสำนักพิมพ์เพลินจิตต์ให้ทดลองแปล ข้อความจากหนังสือพิมพ์ และได้ให้คนจีนตรวจสอบ เห็นว่าถูกต้อง จึงให้ทดลองแปล นวนิยายจีนกำลังภายในไปให้ดูก่อน 1 เรื่อง ปรากฏว่า คุณเวช กระตุฤกษ์ ไม่ชอบสำนวนแปลที่แตกต่างไปจากของคุณจำลอง พิศนาคะ ซึ่งเดินตามแนวภาษา หนังสือ สามก๊ก แต่ชายหนุ่มผู้นั้นนาม ชิน บำรุงพงศ์ กลับยืนยันในสำนวนแปลกใหม่ของตนเอง ด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวว่า "ถ้าดีก็เหนือกว่า และถ้าไม่ดีก็ให้เป็นการล้มเหลวไปเลย" กระทั่งนายชลิต พรหมดำรง ผู้เป็นบรรณาธิการ คงมองเห็น "แวว" ของสำนวนแปลกใหม่ของนายชิน ยินยอม "หยั่งความนิยมของนักอ่าน" ด้วยการตอบตกลงจัดพิมพ์ "กระบี่ล้างแค้น" ที่มีสำนวนแบบของ ยาขอบ

ปรากฏว่านิยายเรื่องแรก เรื่องกระบี่ล้างแค้น ขายดีจนเล่ม 2 ต้องพิมพ์สองครั้งในวันเดียวกัน คือ พิมพ์เช้า 6,000 เล่ม บ่ายอีก 2,000 เล่ม และเนื่องจากกระบี่ล้างแค้น มีความยาวถึง 100 เล่ม นับได้ว่า ว.ณ เมืองลุง ประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่ต้น จึงได้แปลนิยายจีนกำลังภายในเป็นอาชีพ เพียงอย่างเดียว

หลังจาก "กระบี่ล้างแค้น" ผลงานแปลเรื่องแรกได้รับการต้อนรับจากนักอ่านอย่างอบอุ่น นายชินก็ลาออกจากเสมียนโรงไม้ มาจับงานแปลอย่างจริงจังระยะแรกมอบให้ สำนักพิมพ์เพลินจิตต์พิมพ์ จำหน่ายทั้งหมด กระทั่งสำนักพิมพ์เพลินจิตต์หยุดกิจการ จึงมอบหมายให้ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ดำเนินการพิมพ์เรื่อยมา นอกจากนี้ชิน บำรุงพงศ์ ยังมีผลงานในหน้าหนังสือพิมพ์เดลิเมล์วันจันทร์ ไทยรัฐ และเดลินิวส์ในบางช่วงด้วย

นับแต่นั้น นามปากกาของ ว. ณ เมืองลุง ของ ชิน บำรุงพงศ์ (โดยมีที่มาจากชื่อผู้หญิงคนแรก วิไล ที่เขารักเมื่ออยู่ที่พัทลุง) ก็จุติในบรรณพิภพ สืบสานภารกิจ ถ่ายทอด นิยายกำลังภายในอันโลดโผนพิสดาร สู่นักอ่านชาวไทยเรื่องแล้วเรื่องเล่า กระทั่งได้รับความนิยมยกย่องในฐานะ นักแปลชั้นนำ อย่างเต็มภาคภูมิ ทั้งเป็นที่มาของวลรยอดฮิต สำนวนกินใจมากมาย เช่น ในโลกไม่มีงานเลี้ยงที่มิแยกย้ายเลิกรา ไม่เห็นโลงศพมิหลั่งน้ำตา กระบี่อยู่ที่ใจ ศึกสายเลือด ฉายาของจอมยุทธต่างๆ และ ฯลฯ กระทั่งนักการเมือง นักหนังสือพิมพ์ นักศึกษา นักธุรกิจ ต่างหยิบยืมมาใช้เป็นที่สนุกถูกใจ เพราะให้ทั้งความหมายและความรู้สึกสะใจดี มีทั้งในลีลาล้อเลียน เปรียบเปรย แฝงอารมณ์ขัน และประชดประชัน สำนวนแปลกใหม่ซึ่ง ว. ณ เมืองลุงนำสำนวนเก่า สำนวนวรรณคดี มาผสมผสานกับสำนวนของตน กลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นนี้ มีลักษณะพิเศษคือ สั้น กระชับ ใช้คำน้อยแต่ให้ความหมายกว้าง ลึกซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อมาใช้กับงานเขียนของโก้วเล้ง ก็สามารถถ่ายทอดลีลาอารมณ์ สำนวนโวหาร และบรรยากาศของต้นฉบับเดิมได้อย่างน่าประทับใจ พราวพราย

เดลินิวส์ เขียนุถึง ความสำเร็จในการนำนิยายแปลของ ว. ณ เมืองลุง มาตีพิมพ์ใน เดลินิวส์ ดังนี้

"...ต่อมานิยายกำลังภายใน ขนาดยาวก็ได้กำหัวใจนักอ่าน ไว้อยู่หมัดเป็นที่โจษขาน ไปทั้งเมืองเมื่อจอมดาบ หิมะแดง ของ โกวเล้ง โดยฝีมือนักแปลชั้นครู ว. ณ เมืองลุง ได้รับการตีพิมพ์และเมื่อ แดง ระวี ที่หยิบเอา "เหยี่ยวถลา ลม" จ่อคิว ติดตามมาก็ยิ่งเพิ่มอรรถรส ของการอ่านนิยาย บนหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน จนวางไม่ลง..."
ผลงานแปลของ ว. ณ เมืองลุง มากกว่าสามร้อยเรื่อง เรื่องที่สร้างชื่อเสียงให้เขาสูงสุดคือ "ฤทธิ์มีดสั้น" และ "เซี่ยวฮื่อยี้" อันเป็นผลงานของโก้วเล้ง ว. ณ เมืองลุงยอมรับว่า ชอบงานของโก้วเล้ง โดยเฉพาะ ฤทธิ์มีดสั้น และ จอมดาบหิมะแดง เพราะทุกเรื่องของโก้วเล้ง แฝงไว้ด้วยคติธรรม ปรัชญาชีวิต มีความลุ่มลึกกว่า กำลังภายในทั่วๆไป ที่เน้นการฆ่าล้างแค้นเป็นแกนเรื่องอย่างเดียว ผลงานแปลจากต้นฉบับของโก้งเล้งเรื่องอื่นๆ ยังมีอาทิเช่น ดาบจอมภพ เหยี่ยวเดือนเก้า ชุดชอลิ้วเฮียง (ประกอบด้วย จอมโจรจอมใจ ใต้เงามัจจุราช ราศีดอกท้อ และ ชอลิ้วเฮียง) นุกสู้ผู้พิชิต ศึกเสือหยกขาว พิฆาตทรชน นกแก้วสยองขวัญ พยัคฆ์ร้ายบู๊ลิ้ม ศึกสายเลือด ผู้ยิ่งใหญ่ และ ไม่มีน้ำตาวีรบุรุษ เป็นต้น

เนื่องจาก ว. ณ เมืองลุง แปลหนังสือด้วยวิธีพูดบันทึกลงเทป โดยนำหนังสือต้นฉบับภาษาจีนมากาง แล้วพูดเป็นภาษาไทย อัดเทปส่งให้คนถอดเสียง ทำให้สามารถผลิตงานแปลได้ประมาณวันละ 30- 40 หน้ากระดาษพิมพ์ ซึ่งเท่ากับหนังสือขนาดปกอ่อน 1 เล่ม นับจากเรื่องแรก คือ เรื่อง กระบี่ล้างแค้น ที่แปลเมื่อ พ.ศ. 2506 จนมาถึงประมาณ ปี พ.ศ. 2531 ว. ณ เมืองลุง จึงยุติการแปลนิยายจีนกำลัวภายใน เพราะเห็นว่า อายุมากแล้ว ท่านใช้ชีวิตส่วนตัวอยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่น ไม่ชอบออกงาน ไม่ชอบเป็นข่าว และนั่นนำมาซึ่งการจากไปอย่างเงียบสงบในวัย 77 ปี สมความตั้งใจ เป็นเหตุให้วงวรรณกรรมทราบข่าวการจากไปของท่านช้ามาก

ว. ณ เมืองลุง ลาล่วงจากบรรณพิภพไปอย่างเงียบๆ เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม 2547 ณ โรงพยาบาลศิริราช หลายคนกล่าวด้วยน้ำตาคลอๆ ว่า “เงียบเกินไป” หากแต่จะทำอย่างไรได้ ด้วยว่านั่นเป็นวัตถุประสงค์ของ ชิน บำรุงพงศ์ ผู้ที่หนอนวรรณกรรมกำลังภายใน ซึ่งแปลเป็นไทย ด้วยสำนวนวิจิตรรู้จักในชื่อ ว. ณ เมืองลุง





รำลึกถึง ว. ณ เมืองลุง

ส่วนหนึ่งของผลงานแปล

หนึ่งเดือนที่จากไปของ 'ว. ณ เมืองลุง' จอมยุทธ์ผู้เร้นกาย

เสวนา… รำลึกถึง ว. ณ เมืองลุง

หน้าต่อไป>>
 
 
ว. ณ เมืองลุง
ส่วนหนึ่งของผลงานแปล
ภาพหน้าปก จาก เว็บของ มือปีศาจ