นักแปล / น. นพรัตน์
น. นพรัตน์
เจ้ายุทธจักรแห่งวงการยุทธจักรนิยายกำลังภายในของไทย


ด้วยนามปากกา น. นพรัตน์ ได้รับการตีพิมพ์ และได้รับความสนใจจากผู้อ่านพอสมควร นับแต่นั้นมา ทั้งสองก็โดดเข้ามาทำงานแปลนิยายกำลังภายในอย่างเต็มตัว ทั้งที่อายุเพียง 16 และ 17 ปี ตามลำดับ เท่านั้น


น. นพรัตน์ เจ้ายุทธจักรแห่งวงการยุทธจักรนิยายกำลังภายในของไทย

ที่มา: http://www.niyayjeen.com


น. นพรัตน์ เป็นนามปากกาที่โด่งดังในวงวรรณกรรมแปล ยุทธจักรนิยายจีนกำลังภายใน เคียงคู่กับ ว. ณ เมืองลุง จนกลายเป็นสองเจ้ายุทธจักรแห่งวงการยุทธจักรนิยายกำลังภายในของไทยเลยทีเดียว

น. นพรัตน์ เป็น นามปากการ่วมกันของสองพี่น้อง ตระกูล ภิรมย์อนุกูล คือ อานนท์ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ธนทัศน์) และ อำนวย ภิรมย์อนุกูล

อานนท์ ภิรมย์อนุกูล เกิดเมื่อ วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2492 ที่ตำบลจักรวรรดิ์ กรุงเทพมหานคร ส่วน อำนวย ภิรมย์อนุกูล ผู้น้อง เกิดเมื่อ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2493 บิดามารดา เป็นชาวจีนที่อพยพ มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ห่างกันหนึ่งปี แต่เข้าโรงเรียนพร้อมกัน เรียนหนังสือด้วยกัน ได้นั่งโต๊ะตัวเดียวกัน ตั้งแต่ครั้งประถมศึกษาปีที่ 1 - 4 ที่โรงเรียนประสาทปัญญา ย่านถนนมหาชัย กระทั่งมาต่อที่โรรงเรยีนวุฑฒิศึกษา ย่านวเวียนใหญ่ จนจบมัธยมต้น เมื่อ พ.ศ. 2506 บิดาซึ่งไม่ค่อยสบาย ก็ให้ทั้งสองออกมาดูแลกิจการร้านกระจก ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว

ช่วงที่เรียนระดับมธยมศึกษาตอนต้น แม้ทั้งสองไม่ได้เรียนภาษาจีนที่โรงเรียนแล้ว มารดาก็ยังเป็นห่วงว่าความรู้ภาษาจีนที่เรียนมาตั้งแต่ประถม 1 - 4 จะเลือนหาย จึงจักหาครูภาษาจีนมาสอนพิเศษให้ที่บ้าน โดยเน้นภาษาจีนทางธุรกิจ เช่น การเขียนจดหมายทวงหนี้แบบต่าง ๆ โดยคาดหวังว่า ทั้งสองจะนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้ในภายหน้า ปรากฏว่า ทั้งสองกลับเรียนด้วยตนเองเพิ่มเติมอีก โดยเน้นการแปลจีนเป็นไทย ไทยเป็นจีน จนความรู้แก่กล้า สามารถอ่านนิยายกำลังภายในที่เป็นต้นฉบับภาษาจีนได้อย่างสบาย ๆ

มีเรื่องเล่าว่า ตอนที่ทั้งสอบอยู่ในวัยรุ่น ประมาณ 15 - 16 ปี นั้น ทั้งสองต้องผลัดกัน เฝ้ายาม ดูต้นทางระวังบิดา เพื่อจะได้แอบอ่านหนังสือนิยายกำลังภายใน ที่ชั้นบนได้อย่างปลอดโปร่ง ซึ่ง อานนท์ได้เล่าให้ฟังว่า การที่บิดาไม่สนับสนุนให้ลูกอ่านหนังสือนั้น คงเป็นเพราะบิดาต้องการให้ลูกเาอดีทางธุรกิจการค้า มากกว่า ทั้ง ๆ ที่บิดาของทั้งสองก็เป้นนักอ่านตัวยง สะสมวรรณคดีจีนไว้มากมายเหมือนกัน

ตั้งแต่วัยรุ่น ทั้งอานนท์ และ อำนวย ต่างต้องมนตร์เสน่ห์ของตัวหนังสือจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว คืออ่านทั้งเสือเฒ่า ของ อรวรรณ ชุดสามเกลอ ของ ป. อินทรปาลิต และ กำลังภายในทั้งพากย์ไทย (ขณะนั้น จำลอง พิศนาคะ กำลังดัง จากเรื่องมังกรหยก) และ พากย์ภาษาจีนต้นฉบับเดิม เมื่อมีโอกาสได้รู้จัก แสงเพชร เสนีย์บดินทร์ ผู้เป็นนักเขียนเรื่องสั้น และนักเขียนบทภาพยนตร์ จึงเกิดแรงบันดาลใจเริ่มเขียนเรื่องสั้นไทย ส่งตามนิตยสารต่าง ๆ แม้ว่าส่วนใหญ่ จะถูกตีคืน ทั้งสองก็ไม่ย่อท้อ ต่อมาได้ทดลองแปลกำลังภายในให้คุณ แสดงเพชร ตรวจดู เรื่งอแรก เรื่องที่สอง ยังไม่ถึงขั้น แต่เรื่องที่สาม ก็สอบผ่าน ได้ตีพิมพ์ที่สำนักพิมพ์บันลือสาส์น คือเรื่อง เทพบุตรเพชฌฆาต โดยใช้นามปากกาว่า อ. ภิรมย์ ซึ่งผลงานของ พี่น้อง ภิรมณ์อนุกูลล ที่แปลด้วยนามปากกา อ. ภิรมย์ ยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่อง ฑูตมัจจุราช ดนตรีมหากาฬ ประกาศิตยมฑูต เลือดมัจจุราช เป็นต้น

ต่อจากนั้น ประมาณ พ.ศ. 2509 มีคนชวนทั้งสองนำงานไปเสนอที่สำนักพิมพ์เพลินจิตต์ ปรากฏว่า ผลงานเรื่องแรก คือ กระบี่อำมหิต ด้วยนามปากกา น. นพรัตน์ ได้รับการตีพิมพ์ และได้รับความสนใจจากผู้อ่านพอสมควร นับแต่นั้นมา ทั้งสองก็โดดเข้ามาทำงานแปลนิยายกำลังภายในอย่างเต็มตัว ทั้งที่อายุเพียง 16 และ 17  ปี ตามลำดับ เท่านั้น เนื่องด้วยอายุน้อยนี่เอง ทำให้ทั้งสองไม่ยอมเปิดเผยตัวตนให้ผู้อ่านรู้จักเป็นเวลาเนิ่นนาน เพราะงานแปลที่เปี่ยมด้วยความสามารถนี้ ทำให้ผู้อ่านคาดคะเนว่า ผู้แปลคงจะเติบใหญ่เข้าวัยหนุ่มหรือวัยกลางคนแล้ว

น. นพรัตน์ ทำงานแปลให้สำนักพิมพ์เพลินจิตต์ ได้ประมาณ 10 กว่าเรื่อง ในเวลาประมาณ 3 ปี สำนักพิมพ์เพลินจิตต์ ก็เลิกกิจการไป ในปี พ.ศ. 2512  จึงมาแปลให้กับ สำนักพิมพ์บันดาลสาส์น และ ต่อมา ก็แปลให้ สำนักพิมพ์บรรณกิจ ด้วย พ.ศ. 2519  คุณสมชาย กรุสวนสมบัติ หรือ ซูม คอลัมน์นิสต์ชื่อดังแห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้ชักชวนให้ น. นพรัตน์ แปลหนังสือนิยายกำลังภายในลงเป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งถือเป้นช่วงเวลาที่นิยายจีนกำลังภายในบูมสุดขีดในแวดวงนักอ่านขณะนั้น และผู้อ่านก็ติดนิยายจีนกำลังภายในกันอย่างงอมแงม ชนิดซื้อหนังสือพิมพ์แล้ว ต้องพลิกอ่านนิยายกำลังภายในก่อนเป็นลำดับแรก เป็นประวัติการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ว่า นิยายกำลังภายใน กลายเป็นจุดขาย ของหนังสือพิมพ์รายวัน ช่วงนั้นชื่อเสียงของ น. นพรัตน์ ก็พุ่งขึ้นจุดสุดยอดเช่นกัน ส่งผลให้ยอดขายของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐขณะนั้นจากวันละ 4 แสนฉบับ เป็น 6 แสนฉบับทันที ผลงานการแปลของ น. นพรัตน์ ที่แปลให้กับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เริ่มจากเรื่อง อินทรผงาดฟ้า ต่อด้วย หลั่งเลือดสะท้านภพ เหยี่ยวนรกทะเลทราย, หงส์ผงาดฟ้, อุ้ยเสี่ยวป้อ, มฤตยูแก้วผลึก และ จอมดาบผ่าฟ้า

หลังจากนั้น น. นพรัตน์ หันมาทำงานแปลโดยเน้นงานแปลที่อิงกับภาพยนตร์โทรทัศน์ที่กำลังบูมอยู่ในขณะนั้น คือเรื่อง กระบี่ไร้เทียมทาน , ยอดยุทธจักรมังกรฟ้า และ ศึกสายเลือด กระทั่ง ปี พ.ศ. 2524 เรื่องกำลังภายในเริ่มซบเซา จึงหันมาทำงานป้อนให้กับ สยามสปอร์ตพับลิชชิ่ง ของ คุณระวิ โหลทอง โดยออกเป็นรูปเล่มพ็อกเก็ตบุ๊กปกอ่าน ขณะเดียวกัน ก็ยังป้อนงานบางเรื่องให้กับ สำนักพิมพ์บรรณกิจ และ สำนักพิมพ์บรรณาคารพิมพ์เป็นปกแข็งด้วย

น. นพรัตน์ แปลนิยายกำลังภายใน โดยเริ่มจากแนวบู๊ล้างผลาญ ฆ่าล้างแค้น ทั่ว ๆ ไป กระทั่งมาจับงานของ กิมย้ง และโก้วเล้ง พบว่า มีสีสันไปอีกแบบหนึ่ง คือมีการ สอดแทรก ความคิด ปรัชญา คุณธรรม จึงเริ่มแปลงานของ โก้วเล้งก่อน คือเรื่อง ราชายุทธจักร และเป็นที่ยอมรับสูงสุดในเรื่อง อินทรีผงาดฟ้า หงส์ผงาดฟ้า เยี่ยวทะเลทราย เป็นต้น แต่สิ่งที่ น. นพรัตน์ภูมิใจมากที่สุด ก็คือสามารถแปลงานของ กิมย้ง ได้ครบทั้ง 15 เรื่อง ทั้งแปลงานของ โก้วเล้ง ได้มากกว่า ผู้แปลท่านอื่น ๆ ด้วย

งานแปลชิ้นสุดท้ายที่ ทั้ง อานนท์ และ อำนวย มีส่วนร่วมด้วนกันคือเรื่อง เจาะเวลาหาจิ๋นซี งานเขียนของ หวงอี้ ชาวฮ่องกง หลังจากนั้นไม่นาน น. นพรัตน์ผู้พี่ อานนท์ ภิรมย์อนุกูล ก็เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 02.45 น. ของวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2543  ที่โรงพยาบาลมิชชั่น หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัว ด้วยอาการป่วยเป็นมะเร็ง โพรงจมูกนานกว่า 6 เดือน ศิริรวมอายุได้ 52 ปี

แม้ว่า อานนท์ ภิรมย์อนุกูล จะได้จากไปแล้ว แต่นามปากกา น. นพรัตน์ ก็ยังคงอยู่ ต่อไป และ อำนวย ภิรมย์อนุกูล ก็ยังจะสร้างสรรค์ผลงานการแปลยุทธจักรนิยายจีนกำลีงภายในต่อไป


ผลงานแปล
จับเข่าคุยกับ “น.นพรัตน์” จอมยุทธ์เดียวดายแห่งโลกนิยายกำลังภายใน
น.นพรัตน์ เปิดยุทธจักรวรรณกรรมจีน
5 จอมยุทธ์ในใจ น.นพรัตน์
The sword is in the heart
<<หน้าที่แล้ว หน้าต่อไป>>
 
 
น. นพรัตน์ - อานนท์ ภิรมย์อนุกูล
น. นพรัตน์ - อำนวย ภิรมย์อนุกูล
ส่วนหนึ่งของผลงานแปล
ภาพหน้าปก จาก เว็บของ มือปีศาจ