นักแปล / จำลอง พิศนาคะ
จำลอง พิศนาคะ
จำลอง พิศนาคะ ผู้จำลอง มังกรหยก มาเป็นภาษาไทยคนแรกในยุทธจักรนิยายจีน


อย่าทำเรื่องซ้อนกัน คือ ถ้ามีใครเขาแปลเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่าไปทำซ้อนเพื่อฆ่า เพื่อทำลายกันเอง มันเป็นการถ่มน้ำลายรดฟ้าเปล่า ๆ จริงอยู่อาจจะหลอกเด็กหรือคนรู้คนอ่านภาษาไทยไม่แตกได้ แต่สำหรับคนมีหลักแน่น หรือคนรู้ภาษาเดิมดี มันไม่มีทาง


จำลอง พิศนาคะ ผู้จำลอง มังกรหยก มาเป็นภาษาไทยคนแรกในยุทธจักรนิยายจีน

ที่มา: กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 5 กันยายน 2547


บทความสัมภาษณ์ เขียนโดย คุณเจนภพ จบกระบวนวรรณ

สำนวนของ จำลอง พิศนาคะ เสมือน งานแปลอันลื่นไหลสูงสุดคืนสู่สามัญสามก๊กของเจ้าพระยาพระคลังหน อันมิได้สร้างอุปสรรคให้คนอ่านในการอ่านและ ศึกษาผลงานแปลของท่านอื่นๆ ด้วยความสุขสมต่อไป

"เวลานั้นเราไม่เศร้าโศกเสียใจอีกแล้ว นอกจากส่งเสียงหัวเราะก้องออกมา

เราใช้มือทั้งสองขุดลงไปในดินเป็นหลุมลึกเอาร่างสามีเราฝังลงไปในหลุมนั้น

เจ้าสอนวิชา เก้าอิมแป๊ะกุ๊กเหยี่ยว อันมีฤทธิ์เดชร้ายแรงให้เรา เราได้ใช้วิชาความรู้นั้นมาฝังเจ้า"

"เราอุ้มศพสามีลงจากภูเขาไป ขณะนั้นดวงตาเรามองมิเห็นสิ่งใดเลย นอกจากพิษร้ายของอาวุธลับที่ฝ่ายตรงกันข้ามซัดขว้างมา เคราะห์ดีที่พวกมันมิคิดติดตาม

เราเดินฝ่าสายฝนอันชุ่มโชกกาย แต่ร่างสามีเราอบอุ่นอยู่ ต่อเมื่อร่างในอ้อมอกเราค่อยๆเย็นลงแล้ว หัวใจเรารู้สึกสะท้านจับขั้ว สามีเรานี้เจ้า ตายไปแล้วหรือ ตัวเองมีฝีมืออย่างเยี่ยมยอดกลับสิ้นชีพลงอย่างง่ายดาย

แต่เราเองเคยฆ่าคนมาแล้วนับไม่ถ้วน เรารู้สึกว่าเราควรตายไปพร้อมกับสามีเรา

และต่อไปนี้คำว่า 'ไอ้โจร' คงจะไม่มีผู้ใดเรียกขานอีกแล้ว แม้แต่ตัวของเราผู้เป็นภรรยามันต้องอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว"

บ๊วยทิวฮวงนึกมาถึงตรงนี้ จึงหัวเราะออกมาเสียงแปร่งผิดธรมดา รู้สึกตนกำลังอยู่ท่ามกลางทะเลอันเวิ้งว้างเปล่าเปลี่ยว

- มังกรหยก

วรรณกรรมจีนที่มีบทบาทและอิทธิพลต่อวงการวรรณกรรมไทยเราเห็นจะไม่มีประเภทใดได้รับความนิยมสูงสุ่งเท่า เรื่องจีนกำลังภายใน นับมาตั้งแต่สมัย สามก๊ก ที่เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ท่านอุตสาหะพยายามถ่ายทอดเรื่องราวจากจีนมาเป็นไทยจนกลายเป็นวรรณคดี อมตะนั่น ยังไม่มีเรื่องจีนเรื่องใดอีกเลยที่ผูกมัดหัวใจคนไทยได้ฉกาจฉกรรจ์

จนกระทั่งมาถึงยุคกำลังภายใน ก็เช่นกัน ไม่มีนิยายจีนกำลังภายในเรื่องใดจะยิ่งใหญ่ ไปกว่า มังกรหยก ใครละเป็นผู้ทำให้ มังกรหยก มีชีวิตชีวาและกระโดดโลดเต้นได้ถูกอกถูกใจนักอ่านเรื่องจีนในเมืองไทยเรา จำลอง พิศนาคะ - เขาคือ คนคนนั้น คนที่ทำให้คนไทยรู้จัก มังกรหยก มาจนถึงทุกวันนี้ และต่อจากนี้ไปเป็นบทสัมภาษณ์พิเศษ

เจนภพ: ก่อนจะมาแปลเรื่องจีนนี่ทำอะไรมาก่อนครับ

จำลอง: ผมเป็นช่างก่อสร้างมาก่อน ไม่เคยเขียนหนังสือเลย และไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าจะมาเป็นนักเขียนหรือนักแปล ผมเองผ่านชีวิตมามากและประกอบอาชีพหลายอย่างหลายประการด้วยกัน ฉะนั้น ใครมาถามว่ามีอาชีพอะไรเกือบจะตอบได้หมด

เจนภพ: แล้วเป็นไงมาไงถึงกลายมาเป็นนักแปลหนังสือจีนได้ล่ะครับ

จำลอง: คงเพราะความบังเอิญกระมังที่ได้มาเขียนเรื่องที่เขาเรียกว่าเรื่องจีน ความจริงผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไรหรอก ผมเรียนหนังสือจีนแค่ 7 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าพูดจริง ๆ แล้วยังต่ำมาก เพื่อนผมเรียนจบมหาวิทยาลัยก็มี รุ่นน้องที่เป็นอาจารย์อยู่ในโรงเรียนจีนก็หลายคน อันนี้ผมแพ้เขา แต่เขาก็แพ้ผมอยู่อย่างหนึ่ง คือ เขารู้ภาษาจีนแล้วแต่เขาถ่ายทอดมาเป็นภาษาไทยไม่ได้

เจนภพ: จุดเริ่มต้นที่จะเข้ามาสู่วงการนักเขียนวงการหนังสือพิมพ์นี่เป็นมายังไงครับ ช่วยเล่าหน่อย

จำลอง: มันประมาณเกือบ 30 ปีมาแล้วนะ ตอนนั้นผมเป็นช่างก่อสร้างและได้ไปซ่อมห้องมืด ให้กับสำนักพิมพ์ข่าวด่วนรายวัน ซึ่ง คุณธวัชชัย ลูกชาย คุณเจริญ ไชยชนะ เป็นบรรณาธิการ คุณสนอง มณีศรี เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ ช่วงนั้น ผมเกิดคันไม้คันมือขึ้นมาอย่างประหลาดเลยลองลงมือแปล เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ - กวนอู ส่งมาลงที่ข่าวด่วน คุณสนอง หัวหน้ากองเลยเรียกไปหาแล้วถามผมว่า คุณจำลองเคยเขียนหนังสือไหม ผมก็พาซื่อตอบไปตามตรงว่าไม่เคยเลยครับ และก็คุณสนองนี่แหล่ะที่ให้กำลังใจผม บอกแก่ผมว่า ที่เขียนมานี่เราไม่มีเงินให้นะ แต่เรามีเวทีให้คุณ และผมขอทำนายว่า คนที่เรียนมหาวิทยาลัยมายังเขียนยังแปลเรื่องไม่ได้เหมือนคุณ คุณจะเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังทางนี้ในวันข้างหน้า แล้วก็เป็นจริง เรื่อง เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ได้รับการต้อนรับดี ผมเองที่คันมือทำไปก็ไม่ได้คิดหวังเงิน ผมนั่งเขียนหนังสือตอนนั้นโต๊ะก็ไม่มี ต้องเอาไม้มาตีติดข้างฝาบ้านแล้วใส่บาดพับเข้าไปกับช่องหน้าต่าง ไฟฟ้าก็ไม่มีครับ ได้ความสว่างจากแสงเทียนเท่านั้น มันจนนี่ครับ จนมากจริง ๆ แม้แต่เงินซื้อเทียนไขก็ยังต้องยักยอกเมียไป แต่ก็ชื่นใจ ตอนนั้นคนอ่านข่าวด่วนจะรู้ว่า ทำไมกวนอูหน้าจึงแดง ทำไมใช้แซ่กวน มาจากไหน อันนี้สามก๊กไม่มีกล่าวถึง ผมท้าค้นได้เลย ประชาชนต้อนรับอบอุ่นจริง ๆ

เจนภพ: ต่อจากข่าวด่วนแล้วเรื่องจีนนี้มีใครแปลตามมาบ้าง มาลงที่ไหนบ้าง

จำลอง: ไม่มีหรอก ผมบุกเบิกศักราชเรื่องแบบนี้เป็นคนแรก แล้วก็ยังไม่มีใครทำเลยในตอนนั้น ผมเห็นว่ามันน่าลองเสี่ยงดู พี่ชายผม ประยูร พิศนาคะ เขามาอ่านเรื่องเข้าก็ดึงผมไปรู้จักคุณเวช กระตุฤกษ์ เจ้าของสำนักพิมพ์เพลินจิตต์ ก็มีหลายคนช่วยกันพิจารณาแล้วบอกว่าเรื่องจีนนี่ขายได้แน่ เพลินจิตต์เลยรับพิมพ์ โดยให้ผมเป็นคนแปล แต่คุณประยูร เรียบเรียง อันนี้ผมต้องยกบุญคุณให้เขาด้วย ทีแรก ผมกระทำเป็นงานอดิเรกเท่านั้น แต่พอทำ ๆ ไป คุณเวชก็มาบอก คุณจำลอง ไม่ต้องทำงานก่อสร้างเขียนอย่างเดียวพอแล้ว แล้วแกก็คนโต๊ะตั่ง ทั้งเงินทอง อะไรต่อมิอะไรมาให้ผม ค่าตัวผมเท่าไหร่รู้ไหมครับ

เจนภพ: ไม่ทราบซีครับ แต่คงรวยน่าดูชมเชียวแหล่ะ

จำลอง: ฮึ รวยสิ ค่าตัวผมตอนนั้นได้หน้าละ 3 บาท ผมรวยเหลือเกิน ที่จริงแล้วมันหน้าละ 10 บาท แต่คุณยูรเอาไป 7 บาท สนุกไหมล่ะ ผมเขียนไปปีกว่า บังเอิญวันหนึ่งไปโรงพิมพ์แต่เช้าตรู่ 7 โมงเช้าเจอคุณเวชเข้า คุณเวชยังกระเซ้าว่า เป็นไงคุณจำลอง รวยหรือยังล่ะ ผมก็ตอบว่าก็ไม่เห็นรวยอะไรนี่ แกก็บอกหน้าตาเฉย ปัดโธ่ หน้าละ 10 บาท ยังไม่รวยรึ ผมก็เลยต้องบอกแกไปว่าที่จริงผมได้แค่ 3 บาทเท่านั้น คุณเวชได้ยินเข้าถึงกับตบอกผาง ร้องตายแล้ว... ทีนี้พอคุณเวชแกรู้ว่าผมได้รับความไม่ยุติธรรม แกก็เลยชี้ช่องทาง เดี๋ยวนี้คุณจำลองไม่ต้องให้ใครเรียบเรียงก็ได้นี่ คุณจำลองก็ทำเองสิ แต่นั้นมาผมเลยแปลแล้วเรียบเรียงเอง นี่แหล่ะคือปมด้อยของผมในตอนแรกที่เข้าสู่วงการต้องมีคนคอยเรียบเรียงให้ กว่าจะเป็นตัวของตัวเอง ได้ก็หลายหนับ อย่าพูดเลยเรื่องมันไม่ดี

เจนภพ: การแปลเรื่องจีนนี่คุณจำลองยึดหลักอะไรครับ

จำลอง: การถ่ายทอดนี่ต้องรู้หลายอย่างนะ เช่นขนบธรรมเนียมประเพณีอันนี้สำคัญ ผมเองเลือกแปลเรื่องจีนก็เพราะต้องการจะถ่ายทอดวัฒนธรรมของชาติทั้งสองให้มาเชื่อมต่อกัน อันนี้เมืองไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญนัก มักจะว่านักแปลเป็นพวกฉวยโอกาส ไม่ใช่นะครับ ในต่างประเทศคุณก็เห็นนักแปลมีค่ามาก เพราะเป็นผู้มีความรู้ อย่างน้อยก็ได้ถึง 2 ภาษา แปลผิดนี่ฉิบหายนะครับทำลายอะไร ๆ ไปหมด และสิ่งที่เป็นหัวใจของนักแปล - นักเขียน นี่ผมว่ามีอยู่ 3 กรณีคือ

1. อย่าทำเรื่องซ้อนกัน คือ ถ้ามีใครเขาแปลเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่าไปทำซ้อนเพื่อฆ่า เพื่อทำลายกันเอง มันเป็นการถ่มน้ำลายรดฟ้าเปล่า ๆ จริงอยู่อาจจะหลอกเด็กหรือคนรู้คนอ่านภาษาไทยไม่แตกได้ แต่สำหรับคนมีหลักแน่น หรือคนรู้ภาษาเดิมดี มันไม่มีทาง

2. การแปลนี่ต้องเคารพต้นฉบับ ถ้าไม่เคารพ ไม่เทอดทูนเขา ไม่ให้เกียรติเจ้าของเดิมเขา อย่าไปทำเลย อย่าลืมว่าเราหากินมาได้ทุกวันนี้เพราะเขา ผมเองแปลเรื่องของใคร ผมก็ขออนุญาตเขา หนังสือเสร็จก็ส่งให้อ่าน อะไรเราก็ส่งให้เพราะถือว่าต้องเคารพกัน อยากจะถามว่ามีใครทำบ้างไหม และ ที่เขียนหนังสือหากินกันอยู่ได้นี่เพราะพ่อขุนรามคำแหง ฉะนั้นกระดาษหนังสือพิมพ์ ไม่ควรเอาไปเช็ดก้น อย่าเหยียบย่ำอักษร หรือ ตัวหนังสือ

ผลงานการแปล
โคมยมฑูต    
เจ็ดนักกระบี่ เนี่ยอู้เซ็ง ☆☆☆
ดาบประกาศิต    
โต๊ะฮุ้นกี้ จูกัวะแชฮุ้น  
นางพญาผมขาว เนี่ยอู้เซ็ง ☆☆☆
นางพญาม้าขาว กิมย้ง ☆☆☆☆
บัลลังก์ทอง กิมย้ง ☆☆☆☆
เพ็กฮ้วยเกี่ยม เทพบุตรงูทอง กิมย้ง ☆☆☆☆
มังกรแก้ว    
มังกรทอง กิมย้ง  
มังกรหยก ภาค 1 กิมย้ง ☆☆☆☆☆
มังกรหยก ภาค 2 กิมย้ง ☆☆☆☆☆
มังกรหยกภาค  3
(ดาบมังกรหยก)
กิมย้ง ☆☆☆☆☆
มังกรหยกภาค ภาคสมบูรณ์ (แปดเทพอสูรมังกรฟ้า) กิมย้ง ☆☆☆☆☆
มังกรหยกภาคพิเศษ - ผู้กล้าหาญแห่งแคว้นกังหนำทั้งเจ็ด    
มังกรหยกภาคพิเศษ - จิวแป๊ะทง    
มังกรหยกภาคพิเศษ - อั้งชิกกง    
มังกรหยกภาคพิเศษ  - อึ้งเอี๊ยซือ    
มัจจุราชประกาศิต    
เม่งลี่สี    
แม่น้ำเลือด   ☆☆☆
แม่เสือขาว    
มังกรสะดุ้ง    
ยี่สี่โจ๊ว    
เลือดมังกร    
วังมัจจุราช    
สามกระบี่สาว เนี่ยอู้เซ็ง ☆☆☆
สิงห์สาละวิน    
ห้ามังกร    
หยกมฤตยู    
อสูรผยอง    

3. คนจะเป็นนักเขียน - นักแปล หรือ นักเรียบเรียงนี่ ต้องมีจรรยาบรรณ อย่าได้มาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ให้ร้ายกันเอง ผมไม่เคยไปถ่ายอุจจาระรดหัวบิดามารดาของใครนี่ นักวิจารณ์นี่ก็เหมือนกัน ดีแต่วิจารณ์คนอื่น ตัวเองเคยเขียนเรื่องอะไรดีเด่นมาให้เห็นกันบ้างล่ะ เคยมีผลงานควรแก่การยกย่องบ้างไหม ผมเองเป็นคนนั่งเฉย ๆ ไม่เคยแว้งใส่ร้ายใคร เราใช้ความสามารถซึ่งกันและกัน เราเคารพยกย่องซึ่งกันและกัน ก็อยู่กันได้ ทำไมต้องตั้งหน้าตั้งตามาห้ำหั่นกันเองด้วย

เจนภพ: นึกยังไงถึงมาแปล มังกรหยก ครับ

จำลอง: มังกรหยกเป็นนิยายจีนกำลังภายในเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดครับ และ เป็นเรื่องที่มีความยาวที่สุดด้วย มากกว่านิยายทั้งที่เขียนเองหรือแปลมาทุก ๆ เล่มในวงการหนังสือเมืองไทย มังกรหยก เป็นบทประพันธ์ของกิมย้ง เขาเป็นกรรมการแห่งสมาคมพุทธศาสนิกชนสัมพันธ์ในฮ่องกง มีอายุอ่อนกว่าผม แค่ 3 ปี เท่าที่ผมแปลเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าคนคนนี้มีความรู้ในเรื่อง พุทธศาสนามาก และเรื่องมังกรหยกนี้ก็สอดแทรกปรัชญาทางพุทธศาสนาทั้งเล่ม คำพูดที่เราเขียนออกมานี่ ถ้าคนไม่เคยรู้เคยปฏิบัติทางพุทธมาก่อนจะทำไม่ได้ พูดไม่ได้ เรียนไม่ได้ และผมเองก็ไม่ชอบการลอกเอาคัมภีร์มาลงทั้งดุ้นด้วย ก็เพราะมังกรหยกนี่ล่ะครับ ทุกคนถึงกลัวผม ใครจะด่าหรือตั้งหน้าทำลายยังงัยผมก็ไม่ตาย ผมยังมีทีเด็ดอีกเยอะ มังกรหยก ภาค 4 ภาค 5 และ ภาคพิเศษ ก็มีอีก ผมยังไม่ให้ใคร

เจนภพ: เรื่องจีนกำลังภายในนี่มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

จำลอง: หนึ่ง ให้ข้อคิดทางศีลธรรม สอง ให้ทางด้านกำลังใจ และ ให้แง่มุมด้านสัจจธรรมข้อที่ว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ

เจนภพ: คำว่า กำลังภายใน นี่คุณจำลอง เป็นคนบัญญัติศัพท์ขึ้นมาใช้ใช่ไหมครับ แล้ว เรื่องกำลังภายใน นี่เป็นเรื่องจริงหรือ แค่เพียงเรื่องโกหกพกลมเท่านั้น

จำลอง: ใช่ครับ คำว่า กำลังภายใน นี่ผมตั้งขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นคนแปลเรื่องจีนทุกคนจะทำยังไง ก็หนีผมไปไม่ได้ มีคนเคยพยายามแปลเป็นพลังภายใน ก็ไปไม่ได้ตลอด กำลังภายในนี่เป็นเรื่องจริงนะคุณ ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล แต่มันอยู่ที่จิต ถ้าพลังจิตไม่มีมันก็ไม่มีทาง หรือเอาอย่างง่าย ๆ เช่นเวลาไฟไหม้ ผู้หญิงคนหนึ่งอารามตกใจเสียดายของยังยกจักรเย็บผ้า หรือ ตู้เย็นออกมาได้ พลังเหล่านี้มาจากไหนหรือ เวลาตำรวจไล่กวดจับผู้ร้าย ตึก 2 - 3 ชั้นผู้รายยังกระโดดหนีได้ หรือวิ่งขึ้นไยอดไม้ก็ทำได้ แต่ปรากฏว่าลงไม่ได้ พลังลึกลับเหล่านี้มีแฝงอยู่ในตัวคนเรา จะสำแดงออกมาเมื่อคราวคับขันหรือจำเป็น ผมคิดศัพท์นี้ได้เพราะคิดถึงเรื่องแบบนี้แหล่ะครับ

เจนภพ: แปลเรื่องจีนมาเท่าไหร่แล้วครับ

จำลอง: จำไม่ได้หรอก ผมเองก็ได้เขียนแต่เรื่องจีนกำลังภายในอย่างเดียว เมื่อไหร่ ตำราหมอดู ทำนายฝัน โหงวเฮ้ง ก็ทำมาทั้งนั้น สำนักพิมพ์เขาก็ตั้งฉายาให้ผมว่า ดร.สารพัด นามปากกาที่ใช้ก็มีเป็นร้อย เอาตัวอย่างสักหน่อย ก็ได้ เช่น ปาจารีย์ อังคนา จินตนา ดารารัตน์ สุธีร์ ณ ป่าสัก อจ.ฮกหลง ส.พรหมญาณ มรกต แสงสดใส โอ๊ะอีกเยอะ จำไม่ไหว เรื่องจีนที่เจ๋ง ๆ และมีชื่อเสียง ก็ มังกรหยก เจ็ดนักกระบี่ แม่เสือขาว ขลุ่ยประกาศิต นางโจรฮุนหนำ หยกมฤตยู มังกรทอง มังกรแก้ว เจ้าป่าสาละวิน ถ้าจะนับจริง ๆ ก็มากกว่า ยาขอบซัก 300 กว่าเรื่องก็แล้วกัน

เจนภพ: พูดถึงรายได้ล่ะครับ

จำลอง: มันไม่แน่หรอก ผมเองก็ยังคงจนต๊อกต๋อย อยู่อย่างนี้ เมื่อช่วงทำให้เพลินจิตต์ คุนเวชเคยเอาเงินมาให้ผมทีละ 6000 บาท บอกพอใช้ไหมคุณจำลอง เสาร์ อาทิตย์น่ะอย่าไปเที่ยวซี่ โธ่ ผมมีรถสัปรังเคอยู่คันนึง ก็ต้องพาลูกเมียเที่ยวบ้างแหล่ะ แต่ยังไงช่วงที่ผมทำเรื่องให้เพลินจิตต์ นั่นก็เงินเดือนตกประมาณ เดือนล่ะ 3 หมื่นกว่าบาท

แต่ตอนนี้ถ้าผมจะเรียกเงินซักแสนสองแสนก็มีคนเอามาให้ถึงบ้าน เพราะต้นฉบับมังกรหยกใคร ๆ ก็อยากได้ สำหรับสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ เคยส่งคนเข้ามาทาบทามผมเหมือนกัน แต่ผมให้ใครไม่ได้เพราะรักษาสัจจะกับบันดาลสาส์นเขา ช่วงก่อนนั้นไฟไหม้บ้านผมที่บางพลัด ผมเอาต้นฉบับมังกรหยกไปให้ใครพิมพ์ไม่มีใครรับพิมพ์เลย ผมกำลังเดือดร้อนหนักอยากได้ที่อยู่ ผมไปที่บันดาลสาส์นก็ที่นี่แหล่ะเขาบ้ารับพิมพ์ของผม ผมเลยได้มีอาณาจักรเล็ก ๆ ขนาด 25 ตารางวาอย่างที่เห็นนี่แหล่ะ ตอนผมไปหา บันดาลสาส์น เขาบอกว่า

" ... เออน่า อั๊วตกลงพิมพ์เอง เล่มหนึ่งราว 6 ยกอั้วให้ลื้อ 250 บาท ลื้อเอาไหม " ผมคิดว่า กำขี้ดีกว่ากำตด ก็ตกลง ตอนนี้เขาก็พิมพ์หมดไปนานแล้วต้องพิมพ์ใหม่กันอยู่เรื่อย

เจนภพ: ที่ตั้งใจไว้หรือที่ทำอยู่ตอนนี้มีเรื่องอะไรอีกครับ

จำลอง: คงมังกรหยกนั่นแหล่ะ มันเป็นไม้ตายของผม และถ้าเป็นไปได้ ผมอยากทำเรื่อง เปาบุ้นจิ้น...



จำลอง พิศนาคะ เกิดวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ.2466 เรียนหนังสือที่โรงเรียน "จีนเต๊อะ" ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จนจบ ม.6 ท่านได้คลุกคลีกับผู้รับเหมาชาวจีนและหันเหชีวิตมาเป็นผู้รับเหมา จนอายุ 29 ปี มีโอกาสแปลหนังสือจีนของ "กิมย้ง" เรื่อง มังกรหยก" ได้รับการตอบรับจากผู้อ่านอย่างมาก

จากนั้นแปลนวนิยายมังกรหยกเรื่อยมาจนครบทุกภาคตั้งแต่ภาค 1-5 ต่อมาไม่นานท่านได้รับเข้ารับราชการที่กรมข่าวทหารบก ทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีนและแปลหนังสืออีกเป็นจำนวนมาก เช่น นางพญาผมขาว, เจ็ดนักกระบี่, โต๊ะฮุ้นกี้

ท่านเสียชีวิตด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตก นับว่า "จำลอง พิศนาคะ" เป็นผู้บุกเบิกหนังสือแปลแนวกำลังภายในเป็นคนแรกในวงการหนังสือของไทยเรา

<<หน้าที่แล้ว หน้าบ้าน>>
 
 
จำลอง พิศนาคะ
ส่วนหนึ่งของผลงานแปล
ภาพหน้าปก จาก เว็บของ มือปีศาจ