นักแปล

จำลอง พิศนาคะ
ว. ณ เมืองลุง
น. นพรัตน์


สำนวนการแปล น. นพรัตน์ กระชับ รัดกุม ตัดส่วนขยายที่เยิ่นเย้อออก ใช้ภาษาอ่านง่าย ซึ่งจะแตกต่างกับ สำนวนของ จำลอง พิศนาคะซึ่งเป็นลักษณะของ สำนวนแบบพงศาวดาร หรือ ว. ณ เมืองลุงที่มีสำนวนแปลเป็นแบบฉบับกำลังภายในของตนเอง กล่าวได้ว่า สำนวนการแปลของ น. นพรัตน์ อยู่กึ่งกลางของ จำลอง พิศนาคะ และ ว. ณ เมืองลุง



ที่มา: http://www.niyayjeen.th.gs/web-n/iyayjeen/translate/index.html

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อาณาจักรจีน และ สยามประเทศ ได้เจริญสัมพันธไมตรี ต่อกันตั้งแต่สมัย พ่อขุนรามคำแหง แห่งราชวงศ์พระร่วง อันมี กรุงสุโขทัย เป็นราชธานี ในรูปแบบของ การจิ้มก้อง และการค้าขาย ยิ่งในสมัย สมเด็จพระอินทราชาธิราช แห่ง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นยุคทองแห่งการค้าขายกับจีน โดยมีบันทึกในประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อมีการติดต่อค้าขาย มีการเจริญสัมพันธไมตรีเช่นนี้ มีความเป็นไปได้ว่า วรรณกรรมของจีน ย่อมได้เผยแพร่เข้ามาในสยามประเทศบ้าง แต่ก็ไม่มีหลักฐานบ่งบอกไว้แน่ชัด ว่ามีการแปลวรรณกรรมจีน มาเป็นภาษาไทย

จวบจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีบันทึกการแปลวรรณกรรมจีนเป็นภาษาไทยเป็นครั้งแรก โดย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าให้ สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ทรงเป็นผู้อำนวยการแปล เรื่องไซ่ฮั่น และ ให้เจ้าพระยาพระคลัง (หน) อำนวยการแปลเรื่อง สามก๊ก นับตั้งแต่นั้นมามีการแปลวรรณกรรมจีนเป็น ภาษาไทย มากขึ้น และวรรณกรรมที่แปลนั้น เป็น พงศาวดารจีน เป็นส่วนมาก อาทิเช่น เลียดก๊ก ห้องสิน ตั้งฮั่น ไซ่จิ้น ซุยถัง เป็นต้น

สำหรับจุดประสงค์ในการแปลวรรณกรรมจีน มาเป็นภาษาไทยนั้น ในช่วงต้นคือสมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 2 นั้น สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า "ในยุคต้น ๆ นั้น แปลขึ้นเพราะว่า เป็นหนังสืออันสมควรแปลเพื่อประโยชน์ราชการบ้านเมือง " เพราะผู้อุปถัมภ์การแปล คือ พระมหากษัตริย์ พอถึงสมัยรัชกาลที่ 4 - 5 เหล่าขุนนางเชื้อพระวงศ์ได้เป็นผู้อุปถัมภ์การแปล จุดประสงค์การแปลจึงเปลี่ยนไป เป็นเพื่อความบันเทิงมากกว่า พอถึงสมัยรัชกาลที่ 6 การแปลวรรณกรรมจีนจึงเป็นไปเพื่อการค้าโดยสมบูรณ์

สำหรับ ยุทธจักรนิยายกำลังภายใน นั้น ได้เกิดขึ้นมาประมาณปี พ.ศ. 2500 ซึ่งผู้เปิดศักราชแห่งวงการ ยุทธจักรนิยาย คือ คุณจำลอง พิศนาคะ ซึ่งได้แปลเรื่อง เสิ่นเตียวอิงสงจ้วน ของ กิมย้ง เป็นภาษาไทย ในชื่อ มังกรหยก ทำให้ยุทธจักรนิยาย เป็นที่รู้จักแพร่หลาย นับแต่นั้นมา แต่อันที่จริงแล้ว สำหรับยุทธจักรยาย เรื่อง มังกรหยก นี้ มีผู้แปลก่อน คุณจำลอง พิศนาคะ แปลลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่พิษณุโลก โดยใช้ชื่อเรื่องว่า วีรบุรุษมือธนู ใช้นามปากกา ว่า ไผ่ผุ แต่แปลไม่จบ แต่อย่างไรก็ตาม ในวงการยุทธจักรนิยายกำลังภายใน ก็ยังถือว่า คุณจำลอง พิศนาคะ คือ จุดเริ่มต้นแห่งนิยายกำลังภายใน

หลังจากที่ คุณจำลอง พิศนาคะ ได้เป็นผู้เปิดศักราชใหม่ แห่งวงวรรณกรรมจีน นิยายกำลังภายใน แล้ว ได้มีผู้แปล นิยายกำลังภายใน เป็นภาษาไทยสู่สายตานักอ่านตามมามากมายหลายท่าน...

มีนักแปลที่โดดเด่นต่อจาก จำลอง พิศนาคะ ท่านหนึ่ง "... ขณะนั้นมีนักแปลหน้าใหม่ โผล่ขึ้นมาคนหนึ่ง ชื่อ สุทธิพล นิติวัฒนา แปลเรื่อง ฝ่ามือพิฆาต ปรากฏว่าเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เป็นการเปิดศักราชใหม่ของผู้แต่งอื่นที่ไม่ใช่กิมย้ง แต่ก็อีกนั่นแหล่ะที่เป็นเรื่องผจญภัยของตัวเอก ที่มีแรงแค้นเป็นพลังผลักดัน ออกแสวงหาวิชาเพื่อแก้แค้น แล้วท้ายสุดเรื่องจบลงอย่างเสร็จสมประดีพระเอกมีเมียหลายคนสบายไป ต่อมา สุทธิพล แปลอีกหลายเรื่อง แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จึงเปลี่ยนอาชีพใหม่หันไปแปลบทหนังจีนดีกว่า..." (อ้างอิง จาก ยอภูอักษร "วรรณกรรมบู๊ลิ้ม หรือ ยุทธจักรนิยายกำลังภายใน)

นอกจากนี้ยังมีนักแปลอีกหลายท่านที่ผ่านเข้ามาในวงวรรณกรรมนิยายจีนกำลังภายใน จตุรงค์ พงษ์นาคินทร์ ผู้แปลเรื่อง สิงห์ยุทธจักร ช.โชคสัมฤทธิ์ ผู้แปลเรื่อง ฝ่ามือสังหาร ช่อ อินทนิล ผู้แปลเรื่อง สิงห์คำรณ และ ยอดนักสู้ ธวัช สกุลรัตนะ ผู้แปลเรื่อง ลีกุนหยก นาคราช ผู้แปลเรื่อง เลือดพยาบาท ภักดี ผู้แปลเรื่อง พิณมัจจุราช ส. เลิศสุนทร ผู้แปลเรื่อง ผู้ชนะสามภพ เพลิงอาฆาต ร่มมฤตยู ล้างแดนพาล และ ล่ายมฑูต ส. สมสกุล ผู้แปลเรื่อง โคมเก้ามังกร และ อสูรอสรพิษ ว. ณ เมืองลุง ผู้แปลเรื่อง กระบี่ล้างแค้น จอมโจรจอมใจ ชอลิ้วเฮียง เซียวฮื้อยี้ นักสู้ผู้พิชิต ฯลฯ น. นพรัตน์ ผู้แปลเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร อุ้ยเสี่ยวป้อ ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์ ฯลฯ ซึ่งในจำนวนนี้ มีผู้ที่โดดเด่น ที่สุดคือ ว. ณ เมืองลุง และ น. นพรัตน์

จำลอง พิศนาคะ แปลเรื่องแรกคือ เรื่อง เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ - กวนอู เป็นเรื่องแรกในชีวิต แต่ก็ยังไม่โด่งดังมากนัก จนกระทั่งมาแปลเรื่อง เส้อเตียวเอ็งฮ้งตึ่ง ผลงานของผู้ประพันธ์ชาวฮ่องกง นาม กิมย้ง มาเป็นภาษาไทย ในนาม มังกรหยก จึงส่งให้ จำลอง พิศนาคะ กลายเป็นผู้แปลเรื่องจีนชั้นแนวหน้าของเมืองไทยเลยทีเดียว ซึ่งคำว่า กำลังภายใน ก็เกิดขึ้นมาพร้อมเรื่อง มังกรหยก นี้ เป็นครั้งแรกเช่นกัน ซึ่งหลังจากที่แปล มังกรหยก จนโด่งดังแล้ว จำลอง พิศนา ก็หยิบงานของ กิมย้ง มาแปลอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่อง มังกรแก้ว มังกรทอง ท้ามังกร เป็นต้น

สำหรับ ว. ณ เมืองลุง เป็นนามปากกา ของ ชิน บำรุงพงษ์ ได้แปลนิยายกำลังภายในเป็นครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2506 โดยแปลเรื่อง กระบี่ล้างแค้น ผลงานการเขียนของ อ้อเล้งเซ็ง เป็นเรื่องแรก และได้แปลนิยายจีนเป็นอาชีพต่อมาจนถึงปี พ.ศ. 2531 จึงหยุดแปล หากจะกล่าวว่า จำลอง พิศนาคะ คือ ต้นกำเนิดแห่ง ยุทธจักรนิยาย พากษ์ไทย แล้ว ว. ณ เมืองลุง ก็คือ ผู้เปิดทางสายใหม่ให้แก่ยุทธจักรนิยาย พากษ์ไทย เป็นผู้ให้กำเนิดสำนวนแบบนิยายกำลังภายในเช่นกัน

สำนวนการแปล จำลอง พิศนาคะ ในแรก ๆ ยังคงยึดกับสมัยนิยม คือ เป็นสำนวนคล้าย ๆ กับสำนวนพงศาวดาร ซึ่งนิยมกันในสมัยนั้น ยังไม่เป็นรูปแบบตัวตนของนิยายกำลังภายในนัก แม้งานในยุคหลัง ๆ ของจำลอง พิศนาคะ จะพยายาม สร้างสำนวนนิยายกำลังภายในขึ้นมาก็ตาม แต่ก็ยังคงไม่พ้นกับรูปแบบสำนวนพงศาวดาร จวบจน ว. ณ เมืองลุง ได้แปลนิยาย และได้พัฒนารูปแบบสำนวนของนิยายกำลังภายในมาเป็นตัวของตัวเองได้เป็นผลสำเร็จ งานในยุคแรก ๆ ของ ว. ณ เมืองลุง เช่น กระบี่ล้างแค้น นั้น ก็ยังคงรูปแบบยึดสำนวนการแปลคล้ายๆ กับคุณจำลอง พิศนาคะ อยู่ จวบจนผลงานยุคหลัง ๆ จึงฝ่ากรอบแห่งสำนวนพงศาวดารออกมาเป็นสำนวนกำลังภายในได้

สำหรับ น. นพรัตน์ กล่าวได้ว่า เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง เจ้าสำนัก แห่ง ยุทธจักรนิยาย ก็ว่าได้ น. นพรัตน์ เป็น นามปากการ่วมกันของสองพี่น้อง ตระกูล ภิรมย์อนุกูล คือ อานนท์ ภิรมณ์อนุกูล (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ธนทัศน์) และ อำนวย ภิรมย์อนุกูล เริ่มแปลนิยายกำลังภายใน ครั้งแรกเมื่ออายุสิบกว่าปีเท่านั้นเอง แปลครั้งแรกด้วยนามปากกา อ. ภิรมย์ เรื่อง เทพบุตรเพชฌฆาต ตีพิมพ์ที่ สำนักพิมพ์บันลือสาร์น และได้แปลเรื่อง กระบี่อำมหิต เป็นเรื่องแรกใน นามปากกา น. นพรัตน์ เมื่อปี พ.ศ. 2509 โดยแปลให้กับ สำนักพิมพ์เพลินจิตต์

สำนวนการแปล น. นพรัตน์ กระชับ รัดกุม ตัดส่วนขยายที่เยิ่นเย้อออก ใช้ภาษาอ่านง่าย ซึ่งจะแตกต่างกับ สำนวนของ จำลอง พิศนาคะซึ่งเป็นลักษณะของ สำนวนแบบพงศาวดาร หรือ ว. ณ เมืองลุงที่มีสำนวนแปลเป็นแบบฉบับกำลังภายในของตนเอง กล่าวได้ว่า สำนวนการแปลของ น. นพรัตน์ อยู่กึ่งกลางของ จำลอง พิศนาคะ และ ว. ณ เมืองลุง เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวก็ว่าได้ นับตั้งแต่ ว. ณ เมืองลุง วางปากกาจากการแปลนิยายกำลังภายใน เมื่อ ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา น. นพรัตน์ ก็ครองตำแหน่ง เจ้ายุทธจักรนิยายมาตลอด จนกระทั่ง อานนท์ ภิรมณ์อนุกูล ผู้พี่ชาย หนึ่งในเจ้าของนามปากกา น. นพรัตน์ ได้เสียชีวิตลง เมื่อปี พ.ศ. 2543 นามปากกา น. นพรัตน์ ก็คงเหลือ เพียงผู้เดียว และ เป็นเจ้าสำนักยุทธจักรนิยาย คนปัจจุบันเช่นกัน

การเสียชีวิตของ น. นพรัตน์ ผู้พี่ เป็นจังหวะที่ให้ทำเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงวรรณนิยายกำลังภายใน กล่าวคือ ยุทธจักรนิยายเรื่องสุดท้าย ที่ อานนท์ ภิรมณ์อนุกูล ได้ร่วมแปล คือ เรื่อง เจาะเวลาหาจิ๋นซี ที่แปลจากผลงานอันลือลั่นของ หวงอี้ นักเขียนชาวฮ่องกง เพราะนับจากเรื่องนี้เป็นต้นไป น. นพรัตน์ ได้แปลยุทธจักรนิยายโดยใช้ชื่อ ตัวละคร เป็นภาษาจีนกลางทั้งหมด ซึ่งนับจากเรื่อง เจาะเวลาหาจิ๋นซี ก็มีผลงานแปลออกมาอีก 2 เรื่อง คือ มังกรคู่กู้สิบทิศ และ ขุนศึกกู้ปฐพี (เรื่องนี้ ว ณ. เมืองลุง แปลโดยใช้ชื่อว่า ศึกเลียดก๊ก) ซึ่งผลงานทั้งสองเรื่องนั้นเป็นงานเขียนของ หวงอี้ เช่นกัน โดยในแต่เดิมการแปลนิยายกำลังภายใน จะแปลชื่อ ตัวละคร และ กระบวนท่า เป็น ภาษาจีนแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นสำเนียงจีน ที่คนไทยคุ้นหู และเป็นภาษาจีนที่คนจีนในเมืองไทยใช้มากที่สุดด้วย แม้ว่า น. นพรัตน์ จะเคยลองแปล เป็นชื่อจีน ออกมาเป็น ภาษาจีนกลาง แล้วครั้งหนึ่งในเรื่อง กระบี่กู้บัลลังก์ (แปลจาก ผลงานของ เนี่ยอู้เซ็ง ตัวละครเอกชื่อ เตียตังปัง - จางตันฟง) ซึ่งต่อมาเมื่อมีการพิมพ์ใหม่ ก็กลับเปลี่ยน ชื่อจีน ที่ใช้จีนกลางนั้น เป็น ภาษาแต้จิ๋ว ตามเดิม

 
 
 
จำลอง พิศนาคะ
ว. ณ เมืองลุง
อานนท์ ภิรมย์อนุกูล (น. นพรัตน์)
อำนวย ภิรมย์อนุกูล (น. นพรัตน์)