ภาพยนต์ / The Banquet  ศึกสะท้านภพ สยบบังลังก์มังกร

ศึกสะท้านภพ สยบบังลังก์มังกร - เย่เยี่ยน - The Banquet

คำวิจารณ์

อาจบอกได้ว่า The Banquet คลับคล้าบ "Hamlet" เป็นเรื่องราวของโชคชะตาและการแก้แค้นที่วางเหตุการณ์ในศตวรรษที่ 10 ของแผ่นดินจีน  ระหว่างยุคสมัยของ 5 ราชวงศ์ และ 10 แผ่นดิน (คริสต์ศักราชที่ 907-960) เมื่ออาณาจักรทางตอนเหนือเฟื่องฟู ในขณะที่ดินแดนทางใต้ 12 รัฐอิสระต่างห้ำหั่นชิงชัย ขณะเดียวกัน อาณาจักรกีตันที่อยู่ชายแดนได้รุกคืบเข้ามายังแมนจู กีตันพร้อมแล้วที่จะพิชิตแผ่นดินจีนเมื่อโอกาสมาถึง

ท่ามกลางสภาพบ้านเมืองที่มีความวุ่นวายภายในและการคุกคามจากภายนอก ได้กำเนิดราชินีผู้เป็นตำนาน นอกจากสคราญโฉมและเยาว์วัยแล้ว ฮองเฮาวาน (ซิยี่ จาง) ยังฉับไวเฉลียวฉลาด มากด้วยความสามารถ แต่ในชีวิตพระนางยังมีบางสิ่งที่ขาดหายไป เนื่องเพราะไม่สมหวังกับชีวิตรักบนบัลลังก์ ฮองเฮาวานจึงมีใจให้กับลูกเลี้ยง วูหลวน (แดเนียล วู) องค์ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเหงาเศร้า ผู้หลบลี้หนีออกจากพระราชวังเพื่อดื่มด่ำศิลปะแห่งการดนตรีและการร่ายรำ

เมื่อจู่ๆ องค์ฮ่องเต้เกิดสิ้นพระชนม์ลง และหลี่ (จี หยู) พระเชษฐาของฮ่องเต้ได้ขึ้นครองบัลลังก์ ฮองเฮาวานทำให้ทุกคนตะลึงด้วยการยอมอภิเษกใหม่กับหลี่ เพียงเพื่อรักษาไว้ซึ่งสถานะของพระนาง และร่วมวางแผนปลงพระชนม์ฮ่องเต้หลี่ด้วยการช่วยเหลือของวูหลวนและเสนาบดี (หม่า จิงหวู) แต่ทั้งฮ่องเต้องค์ใหม่ วูหลวนและเสนาบดี  ต่างคนต่างมีเป้าหมายของตนเอง

ปมทั้งหมดนี้มาถึงจุดไคลแมกซ์เมื่อฮ่องเต้หลี่ประกาศจัดงานเลี้ยง (banquet) ราชพิธีอันยิ่งใหญ่ เมื่อแผนสังหารทั้งหมดถูกกำหนดให้เกิดขึ้น

จากคำกล่าวของผู้กำกับ เฝิงเสี่ยงกัง (Feng Xiaogang) "ถ้าแฮมเล็ต เป็นเรื่องราวของเจ้าชายผู้หนึ่งต้องเลือกระหว่างการมีชีวิตอยู่กับความตาย อย่างนั้น Banquet ก็เป็นเรื่องราวของแต่ละตัวละครที่ต้องเผชิญกับการตัดสินใจระหว่างการมีชีวิตอยู่กับความตาย... ทั้งหมดนี้เคลื่อนไหวด้วยไฟปราถนา แต่ทันที่ที่ขยับเคลื่อนแผนการณ์ที่วางไว้ต้องเดินหน้าไปถึงที่สุด บุคคลเหล่านี้ทีละก้าวย่างเข้าสู่เหวลึก แม้ไม่ต้องการเป็นคนชั่วร้าย  แต่ต้องกลับกลายเพราะแต่ละคนจำต้องปกป้องตัวเองและสนองความทะเยอทะยานที่เพิ่มทุกขณะ"


- บูรพาภิรมย์ 2006


ซิยี่ จาง รับบท ฮองเฮาวาน
พระนางคือองค์ฮองเฮาที่แอบหลงรักองค์ชายที่เป็นลูกเลี้ยงของตน แต่นางต้องแต่งงานกับหลี่ ผู้วางแผนชิงบัลลังก์ เพื่อปกป้ององค์ชายและสถานะของตัวเอง เมื่อไม่สามารถไว้ใจใครได้อีก วานจึงยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสนองกิเลสตัณหาที่ไม่มีขอบเขตของตน

จี หยู รับบท ฮ่องเต้หลี่
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเขา หลี่มีแต่ความปรารถนาในตัวฮองเฮาวาน เขาลงมือฆ่าองค์ฮ่องเต้ ซึ่งก็คือพี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง และทำสิ่งชั่วช้ามากมายก็เพื่อจะชนะใจนาง

แดเนียล วู รับบท องค์ชายวูหลวน
องค์ชายวูหลวนซึ่งเป็นองค์รัชทายาท คือผู้รักในงานศิลปะที่มักจะแสวงหาความวิเวกในป่าไผ่ และขับขานความโดดเดี่ยวออกมาเป็นเสียงเพลง แต่เมื่อพบว่าพระบิดาสิ้นพระชนม์ลง องค์ชายตัดสินใจลงมือแก้แค้น แต่ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธที่จะสืบทอดราชบัลลังก์

จู ซัน รับบท ฉิงหนิว
นางคือบุตรีของเสนาบดีและเป็นคู่หมั้นขององค์ชายวูหลวน ถึงแม้จะรู้ว่าองค์ชายไม่มีใจให้ แต่ความฝันที่จะได้แต่งงานกับองค์ชายทำให้ฉิงหนิวมีความสุข และนางปรารถนาเพียงแค่จะช่วยขจัดความโดดเดี่ยวออกไปจากหัวใจขององค์ชายเท่านั้น

หวง เซียวหมิง รับบท ขุนพลหยิน
ขุนพลหยินคือบุตรชายของเสนาบดีหยาน เขาชื่นชมบูชาบิดาและรักน้องสาวมาก ในวังหลวง ขุนพลหยินมีชื่อเสียงในเรื่องความกล้าหาญและความเฉลียวฉลาด แต่เขามิอาจทนต่อการนองเลือดของแผ่นดินฮ่องเต้องค์ใหม่ได้


ผู้กำกับ เฝิงเสี่ยงกัง
เขาแตกต่างไปจากผู้กำกับขวัญใจคอภาพยนตร์อาร์ตเฮ้าส์อย่างเฉินข่ายเก๋อและจางอี๋โหมว เฝิงคือเลือดใหม่ของแผ่นดินจีน เขาคือผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีเป้าหมายเดียวคือการให้ความบันเทิงต่อคนดูกลุ่มกว้างที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ 

เฝิงเสี่ยงกัง เกิดเมื่อ 1958 มีความรักในงานจิตรกรรมและวรรณกรรมตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับมัธยม เขาเข้าร่วมกับกลุ่ม Beijing Cultural Military และได้ออกแบบท่าเต้นให้กับกลุ่ม เขาเริ่มสอนการออกแบบศิลป์ที่ Beijing Television Art Center ในปี 1985 และได้ทำหน้าที่เป็นโปรดักชั่น ดีไซเนอร์ให้กับภาพยนตร์ดังๆ มากมายหลายเรื่องในยุคสมัยนั้น อาทิ Da Lin Mang และ Good Man Good Woman

เขาก้าวสู่งานเขียนบทด้วยการทำงานร่วมกับเฉินเซียวหลงในภาพยนตร์เรื่อง Unexpected Passion ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยเซียะกัง และสามารถคว้ารางวัล Golden Rooster Award สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลในสาขาอื่นๆ อีก 4 รางวัล ผลงานการร่วมเขียนบทร่วมกับนักเขียนชาวจีน หวังเส้า ได้กลายมาเป็นซีรีส์ทางทีวียอดนิยม เรื่อง A Newsroom Story และสร้างชื่อเสียงให้กับเฝิงเสี่ยงกังอย่างมาก

ในปี 1992 เขาได้ร่วมงานกับเฉินเซียวหลงอีกครั้งกับงานเขียนบทให้กับภาพยนตร์เรื่อง After Separation ซึ่งได้รับรางวัล Golden Rooster สาขา Best Fiction Film และสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในบรรดา 7 รางวัลที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับ ปี 1994 เป็นปีที่เฝิงเสี่ยงกัง ได้แจ้งเกิดในงานกำกับด้วยผลงานเรื่อง Gone Forever with my Love ซึ่งนำเสนอเรื่องราวชีวิตร่วมสมัยในเมืองหลวงของจีน ในปี 1997 เขาได้กำกับซีรีส์ทางทีวีเรื่อง The Other Face of the Moon และผลงานการกำกับภาพยนตร์จอเงินเรื่องแรกของเขา The Dream Factory กลายเป็นผลงานฮิตทำรายได้ในทันที เขายังคงสร้างสถิติรายได้ด้วยผลงานภาพยนตร์เรื่องที่ 2 และ 3 ได้แก่เรื่อง Be There or Be Square, Sorry Baby และผลงานเรื่อง Sigh ของเขา สามารถสร้างเสียงฮือฮาในหมู่นักวิจารณ์และคนดูทั่วไป

ผลงานเมื่อเร็วๆ นี้ของเขา อย่าง Big Shot’s Funeral, Cell Phone และ A World Without Thieves สามารถทำลายสถิติรายได้ของภาพยนตร์ในประเทศจีน ทำให้เขากลายเป็นผู้กำกับที่ทำรายได้เป็นอันดับ 1 ของจีน

The Banquet (2006) Clip 1

The Banquet (2006) Clip 2

The Banquet (2006) Clip 3

The Banquet (2006) Clip 4

The Banquet Beauty Song 佳人曲 夜宴



เว็บที่เกี่ยวข้อง:
http://www.thebanquetthemovie.com/
Banquet Image Gallery (109 pics) 
เฝิงเสี่ยงกัง
“สตันท์นู้ด” จางจื่ออี๋ลุกทวงสิทธิ ขอมีชื่อเอี่ยวใน “the Banquet”
ซิยี่ จาง

หน้าต่อไป>>
 
 
Zhang Ziyi as Empress Wan