นิยายวรยุทธของกิมย้ง / เพ็กฮ้วยเกี่ยม
ไร้ยศศักดิ์จึงปลอดโปล่งคลายใจ
อยู่ในราชการคอยหวาดผวา
คืนสู่มาตุภูมิเป็นวาสนา
นกสิ้นเกาทัณฑ์ซ่อนฆ่าสุนัขล่าเนื้อ



"...โง้วจื่อซูมากความดี เจ้าแคว้นโง้วระแวงพระทัย นับความดีความชอบ ผู้ใดเทียมแม่ทัพฉื่อตั๊ก? ฮ่องเต้ไต้เหม็งพอนั่งบัลลังก์ ขุนนางผู้ใหญ่ดับดิ้นสิ้นชื่อ วิญญาณหาญกล้าในวันนี้ ขอฝากฝังแทบพื้นธรณี ..."



เพ็กฮ้วยเกี่ยม

ที่มา: http://www.niyayjeen.th.gs/web%2Dn/iyayjeen/


เพ็กฮ้วยเกี่ยม (ปี้โส่วเจี้ยน - Bi Xue Jian แปลว่า กระบี่เลือดเขียว แผลงเป็นความกล้าหาญ) ที่มาของคำว่า เพ็กฮ้วยเกี่ยม ได้มาจากเรื่องราวของ ยอดคนเชี้ยงฮ้ง เสียชีวิตที่เสฉวน สามปีให้หลังโลหิตละลายกลายเป็นสีเขียว ดังนั้นมีผู้รจนาคำกลอนไว้ " ...วิญญาณจงรักเปี่ยมใจภักดิ์ สามปีให้หลังละลายเป็นเลือดเขียว..."

เพ็กฮ้วยเกียม เป็นนิยายกำลังภายในเรื่องที่สองของ กิมย้ง ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1956 (พ.ศ. 2499) ถึง ค.ศ. 1957 (พ.ศ. 2500) โดยเขียนลงใน หนังสือพิมพ์พาณิชย์ฮ่องกง และเมื่อ กิมย้ง บังเกิดความคิดแก้ไขปรับปรุงเรื่องเก่าที่แล้วมาในปี ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513) เรื่อง เพ็กฮ้วยเกี่ยม ได้รับการหยิบยกมาแก้ไขขัดเกลาเป็นเรื่องแรก และทำการแก้ไขปรับปรุงถึงสองครั้ง เพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไปอีกประมาณเศษหนึ่งส่วนห้า กล่าวได้ว่า เป็นเรื่องที่กิมย้ง ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับการแก้ไขปรับปรุงมากที่สุด ดังนั้นย่อมมีคุณค่าควรแก่การอ่านอย่างยิ่งยวด เรื่อง เพ็กฮ้วยเกี่ยม นี้ มีสำนวนแปลภาษาไทยอยู่ 2 สำนวน คือ

1. สำนวนแปลของ จำลอง พิศนาคะน่าจะแปลจากต้นฉบับเดิม ก่อนการแก้ไขปรับปรุง ของ กิมย้ง ผู้ประพันธ์ โดยใช้ชื่อการพิมพ์ครั้งแรกว่า ดาบประกาศิต แปลโดย อังคณา หรือ จำลอง พิศนาคะ พิมพ์โดย สนพ ศิริอักษร (เพลินจิตต์) ปี พ.ศ. 2502 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เพ็กฮ้วยเกี่ยม ล่าสุดสำนักพิมพ์สร้างสรรค์ ได้นำเอามาจัดพิมพ์ใหม่
 
2. สำนวนแปลของ น. นพรัตน์ แปลจากต้นฉบับแก้ไขปรับปรุง ของ กิมย้ง พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2522 โดยสำนักพิมพ์บรรณกิจ จำนวน 6 เล่มจบ ใช้ชื่อเรื่องว่า เพ็กฮ้วยเกี่ยม ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2536 สำนักพิมพ์สยามสปอร์ต พริ้นติ้ง จัดพิมพ์เป็นฉบับ 14 เล่มเล็ก ใช้ชื่อเรื่อง เพ็กฮ้วยเกี่ยม กระบี่เลือดเขียว ข้อมูลในหนังสือ ยังบอกนามผู้ประพันธ์ผิดพลาดว่า เป็น โกวเล้ง อยู่ และล่าสุด บริษัทสยามอินเตอร์คอมิกส์ จัดพิมพ์ 2 เล่มจบ

เพ็กฮ้วยเกียม นี้ กิมย้ง พยายามใช้กลวิธีการประพันธ์แบบใหม่ จากคำตามท้ายเรื่องของ กิมย้ง ได้กล่าวไว้ว่า ตัวเอกที่แท้จริงของเรื่องนี้คือ อ้วงชงฮ้วง และรองลงไป คือ กิมจั๊วนึ้งกุน (เทพบุตรงูทอง แฮ่เซาะงี้) ซึ่งทั้งคู่ได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่เรื่องราวถูกนำมาเล่าย้อน ควบคู่ไปกับพฤติการณ์ของตัวเอกอีกคนหนึ่งคือ อ้วงเซ้งจี่ (หยวนฉงจื้อ) เป็นความแปลกใหม่ที่ยังทำได้ไม่ดีนัก แม้ฉบับปรับปรุงใหม่จะแก้ไขดีขึ้น แต่นิยายเรื่องนี้ก็ยังอยู่ในประเภทงานด้อยของกิมย้ง อยู่

ที่พึงสังวรคือ กระบี่เป็นศัสตราวุธคมกล้า
หากใช้ในทางดีงาม
จะเป็นกุศลไม่สิ้นสุด
ใช้ประกอบความชั่วร้าย
ก็เป็นบาปกรรมมหันต์
ข้อดีเด่นของเรื่องนี้ อยู่ที่เอาเหตุการณ์จริงในประวัติศาตร์ กับเหตุการณ์ที่ผูกประพันธ์ขึ้น ผสานเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน จนกลายเป็นลักษณะเด่นพิเศษประการหนึ่งของยุทธจักรนิยายของ กิมย้ง ศิลปะการประพันธ์ดังกล่าวนี้พัฒนายิ่งขึ้นในเรื่องหลัง ๆ จนถึงจุดสุดยอดในเรื่อง อุ้ยเสี่ยวป้อ ความกลมกลืนระหว่างความจริงกับความแต่งที่เห็นได้ชัดในเรื่อง เพ็กฮ้วยเกี่ยม คือ เรื่องราวของ เจ้าหญิงเชี่ยงเพ้ง(องค์หญิงฉางผิง) เรื่องนี้กิมย้ง ได้นำเอาเหตุการณ์ตอนปลายสมัยราชวงศ์หมิง รัชกาลของ จักรพรรดิ์ชงเจ็ง (ฉงเจินฮ่องเต้) มาเป็นฉากหลังของเรื่อง

ตอนท้ายของฉบับปรับปรุงใหม่ของ กิมย้ง ได้เพิ่มภาคผนวกเรื่อง ประวัติของอ้วงชงฮ่วง (หยวนฉงฮ่วน) เป็นชีวประวัติเชิงวิจารณ์ประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของจีน มีคุณค่าสูงทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ การวิพากษ์วิจารณ์และศิลปะการเขียน เหง่ยคัง กล่าวว่ามีแต่หนังสือ ประวัติสังเขปบุคคลสำคัญของจีน ซึ่งแต่งโดย เป๊กเอี้ย (ป๋อหยาง) เท่านั้นที่มีคุณภาพเทียบกับงานชิ้นนี้ของกิมย้งได้

โง้วอ้ายงี้ คอลัมน์นิสต์สาวของฮ่องกง ได้วิจารณ์บทบาทของตัวละครเอกของเรื่องนี้ไว้ โดย น.นพรัตน์ แปลออกมาในฉบับพิมพ์เล่มเล็ก ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2536 ของบริษัทสยามสปอร์ต พริ้นตริ้ง ดังนี้

อ้วงเซ้งจี่ (หยวนเฉิงจื่อ) เป็นตัวเอกคนที่สองในชีวิตการเขียนนิยายกำลังภายในของ กิมย้ง อ้วงเซ้งจี่ (หยวนเฉิงจื่อ) มีส่วนคล้ายคลึงกับ ตั้งแกลก (เฉินเจียลั่ว) ตัวเอกในเรื่อง จือเกี่ยมอึงชิ้งลก (จอมใจจอมยุทธ์) คือ ทั้งสองล้วนเป็นผู้นำบู๊ลิ้มที่หล่อเหลา เยาว์วัย ล้วนปราดเปรื่องทั้งบุ๋นและบู๊ มีชาติตระกูลสูงส่ง และฐานนะของผู้นำก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาติตระกูลอย่างลึกซึ้ง

จันทร์เพ็ญมีสักกี่ครา
กุมจอกสุราถามฟ้า
เกรงว่าฟ้าไม่ยุ่งเกี่ยว
จันทร์เพ็ญคิดออกมาเมื่อไรก็ออกมา
ไม่เผยโฉมก็ไม่เผยโฉม
อ้วงเซ้งจี่ (หยวนเฉิงจื่อ) ในวัยเด็ก กล้าหาญถือคุณธรรม เฉลียวฉลาดน่ารัก แต่อ้วงเซ้งจี่ (หยวนเฉิงจื่อ) ที่เติบใหญ่ กลับจืดชืดไร้รสชาติ วางท่าเป็นวิญญูชน อยู่ ๆ ก็สั่งสอนผู้คน ในต้นฉบับเก่า ดูเหมือนชมชอบอวดภูมิความรู้ ฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่ ค่อยลดทอนกลิ่นอายทางอักษรศาสตร์ลง แต่รูปแบบยังแก้ไขไม่มากนัก ความดีที่สุดของอ้วงเซ้งจี่ (หยวนเฉิงจื่อ) คือ นุ่มนวลให้อภัยต่อ อุนแชแช (เหวินชิงชิง) ไม่ว่านางอาละวาดอย่างไร เขาล้วนไม่ถือสา เพียงให้ความรักเวทนาเอาใจใส่

ตัวละครที่โดดเด่นใน เพ็กฮ้วยเกี่ยม ยังมีอีกสองท่าน หนึ่ง คือ เทวบุตรงูทอง แฮ่เซาะงี้ (เซี่ยเซี๋ยอี๋) อัจฉริยะบู๊ลิ้มที่สมมติขึ้น หนึ่งคือ อ้วงชงฮ้วง (หยวนฉงฮ้วน) ซึ่งเป็นยอดขุนทัพที่ได้รับการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ เพ็กฮ้วยเกี่ยมฉบับเก่ามีตัวละครมากลวดลาย เนื้อหาค่อนข้างอ่อน เรื่องราวของ อ้วงเซ้งจี่ (หยวนเฉิงจื่อ) เหมือนกับอมตะนิยายของโลกเรื่อง ทอมซอร์เยอร์ผจญภัย มากกว่า แต่ในขั้นตอนของการแพร่ขยายตัวละครของ กิมย้ง อ้วงเซ้งจี่ (หยวนเฉิงจื่อ) มีความหมายพิเศษประการหนึ่ง กล่าวคือ เขาเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่าง ตั้งแกลก (เฉินเจียลั่ว) กับ ก๊วยเจ๋ง (กว๋อจิ้ง) เขากับ อุนแชแช (เหวินชิงชิง) มีส่วนคล้ายคลึงกับ ก๊วยเจ๋ง (กว๋อจิ้ง) และ อึ้งย้ง (หวงหรง) อยู่บ้าง ที่น่าสนใจคือ ต้นฉบับเก่าให้สีสันด้านอักษรแก่เขา ทำให้คล้ายกับ ตั้งแกลก (เฉินเจียลั่ว) มากกว่า ฉบับปรับปรุงแก้ไข เปลี่ยนให้เขามีกลิ่นอายชนบทเพิ่มขึ้น ทำให้ใกล้เคียงกับ ก๊วยเจ๋ง (กว๋อจิ้ง)

สำหรับ อุนแชแช (เหวินชิงชิง) เป็นตัวละครที่ถอดแบบมาจาก ลิ้มไต้เง็ก (หลินไต้อี้) ตัวเอกในนิยายเรื่อง ความฝันในหอแดง ตระกูลอุนเป็นรังโจร แต่ตึกราม เรือกสวน ตกแต่งราวกับบ้านเศรษฐีมีทรัพย์ ห้องหอของแชแช บนเตียงขึงมุ้งแพรประดับมุก บนผ้าห่มสีขาวปักรูปหงส์สีเหลืองตัวหนึ่ง บนผนังแขวนภาพเทพธิดาใบหนึ่ง บนโต๊ะมีของเล่นจัดทำจากหยกหลายชิ้น โต๊ะเตี้ยตั้งกระถางกล้วยไม้ บนแคร่แกะไว้ด้วยนกแก้วขาว ช่างคลับคล้ายกับห้องหอของ ลิ้มไต้เง็ก (หลินไต้อี้) ยิ่ง

ในยุทธจักรจองล้างจองผลาญ
เมื่อใดจึงเลิกรา?
มิสู้เป็นราษฎรที่อยู่ใต้ตัวบทกฎหมาย
ใช้ชีวิตโดยสันโดษ
แชแช แรกพบกับอ้วงเซ้งจี่บนแม่น้ำ อยู่ในคราบสตรีปลอมเป็นบุรุษ ดูไปคล้ายกงจื้อ รูปงาม พอลงมือค่อยทราบว่าเป็นโจรโดดเดี่ยว ฝีมือโหดเหี้ยมอำมหิต แต่พอกลับถึงบ้านผลัดเปลี่ยนเป็นชุดสตรี ก็กลายเป็นหญิงสาวอ้อนแอ้นอ่อนแอ เฉกเช่นกับนิสัยใจคอของนางที่มากแปรปรวน

แชแชเจ้าทุกข์หม่นหมอง ระแวงริษยา ชอบร่ำให้ เจ้าแง่แสนงอน มีปมด้อย นึกเวทนาตัวเอง ยามขุ่นเคืองกล่าววาจาแหลมคมรุนแรง นับว่าถอดแบบจากลิ้มไต้เง็ก นอกจากนี้ ลิ้มไต้เง็กกำพร้ามารดาตั้งแต่เล็ก อุนแชแชสูญเสียบิดา ทั้งสองล้วนฝากกายอยู่ใต้ร่มไม้ชายคาผู้อื่น มาตรว่าลิ้มไต้เง็กร่างกายอ่อนแออมโรค อุนแชแช (เวิ่นชิงชิง) มีวิทยายุทธ์สูงเยี่ยม แต่เอ่ยถึงจิตใจที่เปราะบาง ถูกทำร้ายได้โดยง่าย ระหว่างตัวละครทั้งสองไม่มีข้อแตกต่างเท่าใด

ไม่ทันถล่มอริราช บู๊มก (งักฮุย) ถูกปรักปรำเป็นมนทิล
ราชวงศ์ฮั่นรอกอบกู้ จูกัวะ (บงเบ้ง) ร่วงลับดับสูญ
มวลชนโศกาอาดูร คุณธรรมคงคู่นิรันดร์
แชแชถึงกับลอกเลียนสำนวนของไต้เง็ก ไต้เง็ก มีปากเสียงกับป้อเง็ก (ตัวเอกของเรื่อง ความฝันในหอแดง) ซึ่งสืบเนื่องจาก เซียงเง็ก จึงกล่าว "นางเป็นเสียวเจี๊ยะของเจ้าผู้สูงศักดิ์ ข้าพเจ้าเป็นเอียเท้าอันยากไร้" อ้วงเซ้งจี่ช่วยเหลืออาเก้า กลับบ้านมาพักรักษาตัวหลบซ่อนศัตรู แชแชยามขุ่นเคืองก็หลบหนีออกจากบ้าน ทิ้งกระดาษเขียนข้อความว่า "เมื่อมีกงจู้สูงศักดิ์ ไยต้องการเราชาวบ้านประชาธรรมดา"

แชแชยังมีส่วนคล้ายคลึงกับไต้เง็กอีกประการหนึ่ง นั่นคือนางไม่ปิดบังความรู้สึกของตนเอง อ้วงเซ้งจี่ (หยวนเฉิงจื่อ) ยื่นมือช่วยเหลือนาง นางก็สำนึกตื้นตัน มอบดวงใจให้ เปิดเผยชาติกำเนิดต่อเขา ไม่สนใจคำครหาใดๆ

ความเจ้าทุกข์ของนาง ก็เป็นด้านที่ชวนตราตรึงใจผู้คน เช่น นางนัดพบกับอ้วงเซ้งจี่ภายในเก๋งกลางสวนกุหลาบที่ตัวเองเพาะปลูกขึ้น แสงจันทร์เลือนสลัว กลิ่นหอมกำซาบซ่าน เสียงขลุ่ยอันโศกซึ้ง ผสานกับตำนานเรื่องราวชวนรันทด แชแชเองคล้ายกับกล้วยไม้ดอกหนึ่ง ในบรรยากาศเช่นนี้ ไหนเลยไม่สั่นไหว จิตใจคนได้?

สตรีที่มีรูปโฉมงดงามปานเทพธิดา ฝีมือโหดเหี้ยมอำมหิต เป็นรูปแบบของตัวละครที่ประสบผลอย่างยิ่ง ในนิยายกำลังภายในของกิมย้งมักปรากฏขึ้นตลอดเวลา ในเพ็กฮ้วยเกี่ยมก็มีประมุขนิกายเบญจพิษ ฮ่อทิซิ่ว (เหอเถี่ยโส่ว) สตรีนางนี้เป็นชาวแม้ว สองเท้าเปลือยเปล่า ทั้งหยาดเยิ้มงดงาม และคล้ายนางอสูรจุติลงจากฟากฟ้า มือซ้ายเรียวงาม มือขวา กลับเป็นตาขอเหล็กที่อาบยาพิษร้ายแรง

มีบ้างบางคนมีพร้อมทุกสิ่ง เพียงแต่กลัวตาย
เนื่องเพราะหวาดกลัว ไม่ว่าอะไรล้วนยินยอมกระทำ
เพียงเพื่อรักษาชีวิตไว้ ไม่ว่าอะไรล้วนยอมกระทำ
เมื่อยอมกระทำเรื่องร้าย
ไหนเลยไม่อาจกระทำเรื่องดีงาม
ส่วนที่โน้มน้าวจิตใจผู้คนของประมุขนิกายเบญจพิษผู้นี้ คือ กล่าววาจานุ่มนวลชวนสนิทสนม นางล้วงแส้อ่อนออกมาต่อสู้กับอ้วงเซ้งจี่ ได้อธิบายก่อนว่า "อ้วงเซียงกง นี่เรียกว่า แส้หางแมงป่อง ขนหนามมีพิษร้าย ท่านต้องระวังตัวไว้" ไม่ทันกล่าวจบก็ลงมือ นางซัดทรายพิษออก กระตุ้นโทสะอ้วงเซ้งจี่ ซัดเหรียญอีแปะสามเหรียญตอบโต้ นางหลบหลีกสองเหรียญ รับเหรียญที่สามไว้ ร้องโอยกล่าวว่า "พลังมือที่กล้าแข็งนัก ผู้อื่นถูกกระทบจนเจ็บปวดแล้ว" ซุ่มเสียงนางยังหยาดเยิ้ม ยิ่งขับเน้นเห็นถึงความร้ายกาจของฝีมือนาง

ฮ่อทิซิ่วนับเป็นประมุขนิกายหนึ่ง ที่มีไหวพริบปราดเปรียว และรู้จักวิเคราะห์สถานการณ์ เรื่องชวนขันเพียงประการเดียวของนางคือ เข้าใจว่าอุนแชแชเป็นบุรุษ กลับหลงรักนาง พอทราบว่าแชแชเป็นสตรี ทำให้นางทั้งละอายทั้งเสียใจ เลียนเยี่ยงพระนางคลีโอพัตราแห่งอียิปต์ ให้งูทองฉกกัดตัวเอง แต่ได้รับการช่วยเหลือจากอ้วงเซ้งจี่ ภายหลังนางกลับใจเป็นคนดี ทิซิ่ว เปลี่ยนเป็น เท็กซิ่ว ออกจะน่าเศร้าอยู่บ้าง ภายหลังในเรื่อง อุ้ยเสี่ยวป้อ นางยังเผยโฉมวูบหนึ่ง แต่ไม่มีบทบาทอะไร

ในเรื่อง เซียวโอ้วเจียงหู (กระบี่เย้ยยุทธจักร) ก็มีประมุขนิกายเบญจพิษ น้าหงส์ฮ้วง (หนานฟ่งกู่) มีส่วนคล้ายคลคงกับฮ่อทิซิ่ว อยู่บ้าง เป็นสตรีงามที่คลุกคลีอยู่กับสัตว์พิษแต่น้าหงส์ฮ้วง เป็นตัวละครอันเที่ยงธรรมไม่คล้ายฮ่อทิซิ่ว ที่หยาดเยิ้มยั่วยวน แฝงกลิ่นอายชั่วร้ายถึงเพียงนั้น ...

คำตามโดยท่านกิมย้ง (จากหนังสือเพ็กฮ้วยเกี่ยมฉบับ SIC พิมพ์ครั้งแรก มกราคม 2536 แปลโดย น.นพรัตน์)

เรื่องเพ็กฮ้วยเกี่ยม เป็นยุทธจักรนิยายเรื่องที่สองของข้าพเจ้า เขียนเมื่อ ค.ศ.1956

ตัวเอกที่แท้จริงในเพ็กฮ้วยเกี่ยมคืออ้วงชงฮ้วง รองลงมาคือ เทวบุตรงูทอง ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ปรากฏบทบาทการแสดงในเรื่องสองท่าน อุปนิสัยของ อ้วงเซ้งจี่ เขียนได้ไม่เด่นชัดเท่าที่ควร

เรื่องเพ็กฮ้วยเกี่ยมผ่านการแก้ไขปรับปรุงสองครั้ง เพิ่มเนื้อหาเข้าไปอีกประมาณเศษหนึ่งส่วนห้า แรงกายแรงใจที่ทุ่มไประหว่างการแก้ไขปรับปรุงใหม่ ทุ่มเทให้กับเรื่องนี้มากที่สุด

กิมย้ง
มิถุนายน 1975

บางส่วนจากคำอธิบายในหนังสือสกัดจุดยุทธจักรมังกรพยก

เพ้กฮ้วยเกี่ยม (ภาษาจีนกลาง ออกเสียงเป็น ปี้เสวีเจี้ยน - Bi Xue Jian) ชื่อภาษาอังกฤษคือ The Sword Stained With Royal Blood เป็นนิยายกำลังภายในเรื่องที่สองของ กิมย้ง ) ภาษาไทยมีสำนวนแปลของจำลอง พิศนาคะ และ สำนวนของน.นพรัตน์ สำนวนแปลทั้งสองนี้และภาพยนตร์โทรทัศน์ใช้ชื่อทับศัพท์ภาษาจีนเหมือนกันหมดว่า เพ็กฮ้วยเกี่ยม ภาพยนตร์วีดีโอชื่อเรื่อง 'ดาบเลือดสะท้านแผ่นดิน' เพ็กฮ้วยแปลว่าเลือดรักช่าติ เกี่ยมแปลว่ากระบี่ แต่ถ้าแปลตรงๆว่า 'กระบี่เลือดรักชาติ'  ก็ออกจะเชย

เรื่องนี้กิมย้งพยายามใช้กลวิธีการประพันธ์แบบใหม่ โดยให้ตัวเอกคือกิมจั๊วนึ้งกุนตายไปแล้ว แต่เรื่องราวถูกนำมาเล่าย้อน ควบคู่ไปกับพฤติการณ์ของตัวเอกอีกคนหนึ่งคืออ้วงเซ้งจี่ เป็นความแปลกใหม่ที่ทำได้ไม่ดีนัก ฉบับปรับปรุงใหม่ได้แก้ไขดีขึ้น

หน้าต่อไป>>
 
 
ภาพปก ดาบประกาศึต แปลโดย อังคณา
กิมย้ง
อาเก้า หรือ เชี่ยงเพ้งกงจู้
ภาพปก เพ็กฮ้วยเกี่ยม น. นพรัตน์
ภาพปก เพ็กฮ้วยเกี่ยม จำลอง พิศนาคะ
เพ็กฮ้วยเกี่ยม ภาพยนตร์โทรทัศน์ 2006 กำกับการแสดงโดย Zhang Ji Zhong
อ้วงเซ้งจี่ (หยวนเฉิงจื่อ) รับบทโดย ต้าวจื่อกง (Dou Zhikong)
อุนแชแช (เวิ่นชิงชิง) รับบทโดย หวงเฉิงอี้ (Huang Shengyi)
เทพบุตรงูทอง แฮ่เซาะงี้ (เซี่ยะเซี่ยอี่) สวมบทโดย เจียวเอินจุ้น (Vincent Jiao)