บทความ / ดู "การเมือง" อ่าน "กระบี่เย้ยฯ" แล้วมาเล่นทายตัวละครกัน
ดู "การเมือง" อ่าน "กระบี่เย้ยฯ" แล้วมาเล่นทายตัวละครกัน


ดู "การเมือง" อ่าน "กระบี่เย้ยฯ" แล้วมาเล่นทายตัวละครกัน
การเมืองตอนนี้ที่มันน่าเบื่อสิ้นดี ในอีกมุมหนึ่งเราก็เอามาทำให้มันสนุกสนานขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น เอามันมาผสมกับนิยายจีนกำลังภายในเรื่องดังของ "กิมย้ง" เรื่อง "กระบี่เย้ยยุทธจักร"

ว่ากันว่ากิมย้งเขียนเรื่องนี้โดยผสมกลิ่นอายการเมือง การปกครอง สังคม ของจีนในช่วงนั้นเข้าไปด้วย และก็ทำได้อย่างกลมกลืนจนได้รับการยกย่องให้เป็นนิยายเรื่องที่ดีที่สุดของกิมย้ง

เวลาผ่านมา 40 ปี นับจากวันนั้น กระบี่เย้ยยุทธจักรยังคงน่าทึ่งไม่เสื่อมคลาย เพราะมันสะท้อนภาพการเมืองของไทยได้อย่างชัดเจน นักการเมืองคนสำคัญของไทยในตอนนี้เหมือนกระโดดออกมาจากเรื่องกระบี่เย้ยฯ

ผมลองประมวลมาพร้อมเหตุผล แล้วลองทายกันเล่นๆ ดีกว่าครับว่า ตัวละครแต่ละตัวที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้คือใครในสังคมการเมืองไทย

ในเรื่องกระบี่เย้ยฯ ถูกแบ่งออกด้วยภาพลักษณ์ (ภายนอก) เป็นฝ่าย "ธรรมะ" และ "อธรรม" พูดถึงฝ่ายอธรรมกันก่อน ฝ่ายนี้มี "ยิ่มอั้วเกี้ย" หัวหน้าพรรคสุริยันจันทรา พรรคมารที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น เป็นผู้นำ

คำว่า ยิ่มอั้วเกี้ย แปลเป็นไทยว่า "ตามใจตัวเอง" เพราะฉนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ยิ่มอั้วเกี้ยจะทำอะไรตามใจตัวเอง โดยไม่สนเสียงทัดทานของผู้ใด "ฉลาดหลักแหลม" มีวรยุทธ์สูงส่ง มีสุดยอดวิชาคือมหาเวทย์ดูดดาว ที่ "ดูดพลังผู้อื่น" มาเป็นของตัวเอง มีนิสัย "โหดเหี้ยม" ฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา "บ้าอำนาจ" ทำได้ทุกอย่างเพื่อรักษาความเป็นใหญ่ จนสุดท้ายเลยถูกคนใกล้ชิดและลูกน้องร่วมกันวางแผนยึดอำนาจ ยิ่มอั้วเกี้ยต้องถูก "ขับไล่พ้นจากอำนาจ" ต้องถูกกักขังอยู่ใต้บึงน้ำเป็นเวลาหลายปี

.............ยิ่มอั้วเกี้ย = ใครครับ...............

ผู้ที่ บงการการยึดอำนาจ ในครั้งนั้นคือ "ตังฮึงปุกป่าย" รองหัวหน้าพรรคนั่นเอง ตังฮึงปุกป่ายฝึกวิชาทานตะวัน ต้องตอนตัวเองเพื่อให้สำเร็จวิชา จนทำให้กลายเป็นพวกนิยม "ไม้ป่าเดียวกัน" แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะตังฮึงปุกป่ายกลายเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์สูงที่สุดในเรื่อง และยังมีอำนาจมากเสียยิ่งกว่าเมื่อครั้งยิ่มอั้วเกี้ยเป็นหัวหน้าพรรคเสียอีก ตังฮึงปุกป่ายนิยมชมชอบคนประจบสอพลอ ชอบให้คนสรรเสริญเยินยอ ลูกพรรคต้องกล่าวคำเยินยอตังฮึงปุกป่าย "ประดุจเทพ" แต่ตังฮึงปุกป่ายกลับไม่ปกครองพรรคด้วยตัวเอง เขาแต่งตั้ง "คู่ขาคนสนิท" ให้เป็นผู้ดูแลพรรคแทน ทั้งที่คู่ขาคนนี้เป็นคนไม่ได้เรื่องได้ราว "ทำอะไรก็ไม่เป็น" ยิ่งไปกว่านั้น วรยุทธ์ก็ยังไม่ได้เรื่องอีกด้วย

…...........ตังฮึงปุกป่าย และคู่ขาที่ดูแลพรรค = ใครครับ...............

หันมามองทางฝั่งที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายธรรมะบ้าง เดิมทีมีสำนักกระบี่เล็กๆ "5 สำนัก" ตั้งอยู่บนภูเขาใกล้เคียงกัน 5 ลูก แม้จะประกาศตัวว่าเป็น "พันธมิตร" ต่อกัน แต่ก็เป็นไปอย่างหลวมๆ และบางครั้งยังมีปัญหาขัดแย้งกันเองอยู่เสมอ จนกระทั่ง "จ้อแนเซี้ยง" เจ้าสำนักซงซัว หนึ่งในห้าสำนักกระบี่ มีความคิดจะรวมสำนักกระบี่ทั้ง 5 ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้มีอำนาจต่อรองทัดเทียมกับสำนักใหญ่อื่นๆ อย่าง เส้าหลิน หรือบู๊ตึ๊ง จ้อแนเซี้ยงจึงอาศัยวรยุทธ์ที่สูงที่สุดในกลุ่ม และไพร่พลที่มากสุด ตลอดจนแผนทั้งบนดินและใต้ดิน กลืนสำนักกระบี่ที่เหลือรวมเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ

จ้อแนเซี้ยงตกอยู่ภายใต้วังวนแห่งอำนาจจน "ถอนตัวไม่ขึ้น" ปากบอกจะนำพาฝ่ายธรรมะเข้าขจัดฝ่ายอธรรม แต่การกระทำกลับเป็นตรงข้าม เพื่อครองสถานภาพความเป็นใหญ่ จ้อแนเซี้ยงถึงกับใช้แผนการต่างๆ นานา ทั้งเปิดเผยและในทางลับเพื่อกำจัดผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับตน จนเกิด "แรงต่อต้าน" จากชาวยุทธ์ฝ่ายเดียวกันเป็นจำนวนมาก

............จ้อแนเซี้ยง และเจ้าสำนักกระบี่ทั้งสี่ = ใครครับ.................

ยังมี "งักปุกคุ้ง" เจ้าสำนักฮั้วซัว หนึ่งในห้าสำนักกระบี่ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "กระบี่วิญญูชน" เพราะเปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรม เป็นที่ยอมรับนับถือของเหล่าชาวยุทธ์ และเป็น "ความหวังของทุกคน" ในการขจัดมารยุทธภพ แม้งักปุกคุ้งจะเคยเป็นพันธมิตรกับจ้อแนเซี้ยง แต่อาศัยความที่จ้อแนเซี้ยงยึดติดกับอำนาจ ทำให้ชาวยุทธ์ไม่พอใจ งักปุกคุ้งจึงตีจากและวางแผนโค่นล้มจ้อแนเซี้ยงจนสำเร็จ

แต่ตัวตนอันชั่วร้ายที่อยู่ภายใต้ "หน้ากากคุณธรรม" ของงักปุกคุ้งก็ถูกเปิดเผยออกมา เมื่อเขาถูกจับได้ว่าเป็นผู้วางแผนชั่วต่างๆ นานาเพื่อให้ตัวเองได้ครอบครองสุดยอดวรยุทธ์และก้าวขึ้นเป็นผู้นำยุทธภพ งักปุกคุ้งใช้เวลาปลอมแปลงตัว สวมหน้ากากคุณธรรมอยู่นานหลายปี เขาใช้เวลาสร้าง "บันไดหลายขั้น" เพื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจ แต่เมื่อความจริงถูกเปิดเผย งักปุกคุ้งก็ไม่ใช่ความหวังของชาวยุทธ์อีกต่อไป

................ผู้หลอกลวงชาวยุทธ์ งักปุกคุ้ง = ใครครับ.....................

หนึ่งในผู้ที่เปิดเผยความชั่วร้ายของงักปุกคุ้งก็คือ "ลิ้มเพ้งจือ" บุคคลซึ่งมีชีวิตอยู่เพื่อ "การล้างแค้น" ครอบครัวและกิจการของตระกูลลิ้มเพ้งจือถูกคนชั่วกวาดล้างจนเหลือเขาอยู่เพียงคนเดียว ต้นเหตุมาจากสุดยอดคัมภีร์ยุทธ์กระบี่ปราบมาร ของตระกูลลิ้มเพ้งจือ ซึ่งเป็นที่หมายปองของชาวยุทธ์ทุกคน

เพราะความแค้น เด็กหนุ่มอย่างลิ้มเพ้งจือจึงเปลี่ยนไป ลิ้มเพ้งจือยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ล้างแค้น "ทวงความยุติธรรมให้กับครอบครัว" และ "ทวงสมบัติประจำตระกูล" คือคัมภีร์กระบี่ปราบมารกลับคืนมา ลิ้มเพ้งจือได้เข้าเป็นศิษย์คนสุดท้ายของงักปุกคุ้ง เขาประจบเอาใจ "งักเล้งซัง" ลูกสาวงักปุกคุ้ง จนได้แต่งงานกัน ทั้งที่ไม่มีความรักเพียงแต่ต้องการให้งักปุกคุ้งถ่ายทอดวิชาลมปราญเมฆม่วงให้กับตนเท่านั้น แต่แล้วลิ้มเพ้งจือก็รู้ความจริงว่า งักปุกคุ้งซึ่งเขาเคยหวังเป็นที่พึ่งในการล้างแค้นให้กับตระกูล กลับกลายเป็นผู้วางแผนชั่วครอบครองคัมภีร์กระบี่ปราบมารไปเสียเอง ลิ้มเพ้งจือซึ่งเปรียบเสมือน "เด็กอนุบาลในยุทธภพ" จึงมุ่งมั่นทุ่มเทฝึกวรยุทธ์และ "ก้าวเข้าสู่ยุทธภพ" เพื่อทวงความแค้นด้วยตัวเอง โดยไม่หวังพึ่งใครอีกต่อไป

...............ลิ้มเพ้งจือที่มาทวงความแค้นและสมบัติของตระกูล = ใครครับ.................

นอกจากนั้นยังมีตัวละครเล็กๆ ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งมาจากหุบเขาท้อ มี "รูปร่างหน้าตาประหลาด" ยิ่งกว่านั้นยังเหมือนคนปัญญาอ่อน ชอบหลง "คิดว่าตัวเองฉลาดล้ำเลิศ" แต่ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรก็ล้วน "น่าขบขัน" และก่อให้เกิด "ความสับสนวุ่นวาย" อยู่ตลอด มีดีอย่างเดียวที่วรยุทธ์สูงส่ง ผู้คนไม่อยากเดือดร้อนจึงยกให้เป็น "เซียนหุบเขาท้อ" และมักแกล้งเยินยอให้สูงส่ง เพื่อกันไม่ให้ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการในยุทธภพ และสร้างความสับสนวุ่นวายได้อีก

................เซียนหุบเขาท้อ = ใครครับ...................

แต่น่าเสียดายที่ผมควานหาแล้วก็ยังไม่เจอว่าใครในวงการเมืองไทยจะเปรียบได้กับ "เหล็งฮู้ชง" พระเอกของเรื่อง ที่เป็นยอดยุทธ์ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมน้ำมิตร ไม่นำพาซึ่งอำนาจและยศถาบรรดาศักดิ์ ที่สำคัญโอ่อ่าเปิดเผย เบื้องหน้าเป็นอย่างไรเบื้องหลังเป็นอย่างนั้น เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน ......น่าเสียดายจริงๆ



ที่มา: http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5940088/K5940088.html#8 

เว็บที่เกี่ยวข้อง: http://jadedragon.net/jynovel-spw.html
หน้าต่อไป>>
 
 
ภาพปก กระบี่เย้ยยุทธจักร